No.139 ฉบับจดหมายเหตุหุ้น-กรณีระเบิดราชประสงค์ และ #BlackMonday

คืนวันที่ 17 สิงหาคม 2558 เกิดระเบิดบริเวณแยกราชประสงค์ ศาลพระพรหม วันถัดมาตลาดหุ้นตอบรับข่าวทันทีตามคาด

หลังตลาดปิด เท่าที่นั่งไล่ดู Top 10 ต่างๆ  ดูแล้วเหมือนนลท.จะวิเคราะห์กันมากขึ้น ไม่ panic สุ่มสี่สุ่มห้า ตัวที่แทบจะไม่กระทบกับเหตุการณ์นี้ก็แทบจะไม่ลง ตัวอย่างเช่น คาราบาวแดง $CBG
cbg180815
ส่วนกลุ่มที่กระทบก็เหมือนจะรู้อีกว่า ตัวไหนกระทบมาก ตัวไหนกระทบน้อย โดย $MINT หลุด Top 10 Loser ไป เจ็บตัวน้อยกว่าเพื่อน เพราะโรงแรมอยู่ต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ คิดตามจำนวนห้องพัก ต่างประเทศ 78% ไทย 22%
bangkokblast
ส่วนมูลค่าการซื้อขายวันนี้ น่าจะทำสถิติ new high ของปีนี้ (หรือเปล่า)
SET18082015

วันต่อๆมาที่เหลือของสัปดาห์ เหมือนตลาดมีการรีบาวด์ขึ้นมาเล็กน้อย แต่เมื่อถึงวันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม 2558 ซึ่งตลาดหุ้นทั่วโลกตกหนักพร้อมๆกัน เรียกได้ว่าเป็น #BlackMonday อีกครั้ง ซึ่งสาเหตุก็มีจากหลายๆปัจจัย แต่เหมือนกลักๆ จะมาจากตัวเลขทางเศรษฐกิจของจีนออกมาไม่ค่อยดี SET Index ก็หนีไม่พ้น ดิ่งลงไปประมาณ 60 จุด ปิดที่ 1301.06 จุด
SET24082015

Advertisements

No.137 ฉบับจดหมายเหตุหุ้น – กรณี MERS และ ICAO

ช่วงวันที่ 18 มิถุนายน 2558 มีข่าวเกี่ยวกับการพบผู้ป่วย MERS ในไทยแรก และ ข่าวเกี่ยวกับ ICAO หรือ องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ได้ประกาศปักธงแดงประเทศไทย

ซึ่งทั้งสองข่าวปรากฏในช่วงเย็นๆของวันที่ 18 มิถุนายน ต่อเนื่องมาถึงวันที่ 19 มิถุนายน
ตัวอย่าง จากไทยรัฐออนไลน์
สธ.แถลง พบชาวตะวันออกกลาง ติด ‘เมอร์ส’ รายแรกในไทย
‘บิ๊กจิน’ งง! ICAO ปักธงแดง หวั่นแอร์ไลน์ไทยเสี่ยงถูกแบนเพิ่ม

รูปไทยติดประเทศที่ขึั้นธงแดงในเวปของ ICAO
ICAOredflag

ในวันถัดมา SET ตอบสนองต่อทั้งสองข่าวดังกล่าวในเชิงลบทันที โดยเฉพาะกลุ่มท่องเที่ยว การบิน และ โรงพยาบาล
MERS_ICAO

แต่ทั้งนี้ ในวันต่อๆมา เมื่อรายงานเรื่องการแพร่ระบาดของ MERS ในไทย ยังไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น ก็ทำให้นลท.คลี่คลายความกังวลทำให้เกิดการเข้าซื้อหุ้น ในกลุ่มท่องเที่ยวกลับมาบ้าง

No.135 ฉบับจดหมายเหตุหุ้น-OFM

ปกติแล้วจะไม่ค่อยได้เขียนบันทึกอะไรเกี่ยวกับราคาหุ้นเท่าไหร่ มักจะบันทึกในเรื่องของปัจจัยพื้นฐานสำคัญๆ แต่คิดว่า บางทีเวลาที่มีเหตุการณ์อะไรบางอย่างในวันนั้นๆ แล้วดูเหมือนว่า(หรือบังเอิญว่า) ราคาหุ้นจะมีการปรับเปลี่ยนไปอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งทางบวกและลบ ก็น่าจะรวบรวมเก็บบันทึกเอาไว้มาดูย้อนหลังเล่นๆเหมือนบันทึกจดหมายเหตุ แต่คงรวบรวมไม่ได้หมดทุกกรณี คงดูๆ แล้วบันทึกเฉพาะกิจการที่ตัวเองสนใจเท่านั้น

ซึ่งช่วงที่ผ่านมาก็มีบันทึกไว้ตัวหนึ่ง(เหตุการณ์หนึ่ง) ก็เลยถือเป็นปฐมฤกษ์ในการนำมารวบรวมไว้ในบล็อกนี้เป็นตัวแรกนั้นคือ OfficeMate ($OFM)

เหตุเกิดเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2558 ทาง $OFM นั้นมีการเปิดตัว (Grand Opening) เว็บไซด์ central.co.th อย่างเป็นทางการ  ในวันนั้นเองราคาหุ้นของ $OFM ได้มีการปรับตัวขึ้นตั้งแต่ในช่วงเช้าถึง 6% ไปอยู่ที่ระดับราคาสูงสุดของวันนั้นที่ 61.50 บาท (จากราคาวันก่อนหน้าที่ 57.50) ก่อนที่จะปิดที่ราคา 60 บาทในวันนั้น
central ofm

ปล. ปัจจุบัน $OFM ทำเรื่องเปลี่่ยนชื่อบริษัทเป็น ซีโอแอล จำกัด มหาชน (COL ย่อมาจาก Central Online) และเปลี่ยนตัวย่อเป็น $COL เพื่อให้สอดคล้องกับภาพธุรกิจที่กำลังดำเนินไปในอนาคตคือเน้นเกี่ยวกับ Online Commerce  แล้ว

No.127 ฉบับทบทวนวิชาลงทุน

Back to school again .Thanks @1001ii

A post shared by Tee+ (@tetex) on

พอดีเพิ่งได้หนังสือโรงเรียนนักลุงทุนในตลาดหุ้นไทยของพี่ นรินทร์ โอฬารกิจอนันต์ มา พอโพสต์ไปในเฟสบุ๊ค ก็มีเพื่อนอยากให้แนะนำแหล่งความรู้เรื่องการลงทุนอื่นๆ เลยถือโอกาสทบทวนตัวเองว่าที่ผ่านมา อ่านและดูอะไรมาบ้าง

หมวดหนังสือ
งานเขียนและแปลของ ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
ตีแตก
เหนือกว่าวอลสตรีท : One Up on Wall Street

งานแปลของ พรชัย รัตนนนทชัยสุข เกือบทุกเล่ม
ลงทุนอย่างวอร์เรน บัฟเฟตต์ : The new buffetology
กลยุทธ์การลงทุนแบบเน้นคุณค่า : Value Investing Made Easy
กุญแจ 5 ดอกของการลงทุนแบบเน้นคุณค่า : The 5 Keys to Value Investing
บทเรียนจากนักลงทุนชั้นนำของโลก : Lessons from the legends of Wall Street
คัมภีร์การลงทุนแบบเน้นคุณค่า : The Intelligent Investor
การลงทุนแบบเน้นคุณค่าหลักสูตรมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย
ลงทุนอย่างปีเตอร์ลินซ์ : Beating the Street
นักลงทุนดันโด : The Dhandho Investor

หนังสือของดร.ภาพร เอกอรรภพร
รู้บัญชี มีประโยชน์
อ่านงบการเงินให้เป็น

ของท่านอื่นๆ
วัดมูลค่าหุ้นด้วยคุณเอง – นรินทร์ โอฬารกิจอนันต์
กลยุทธ์หุ้นห่านทองคำ – เทพ รุ่งธนาภิรมย์
คัมภรี์ VI – มนตรี นิพิฐวิทยา,วิบูลย์ พึงประเสริฐ
เพราะหุ้นเป็น เห็นผลยั่งยืน – กวี ชูกิจเกษม

อาจมีตกหลุ่น เล่ม สอง เล่ม  บางเล่มด้านบนเลิกพิมพ์ไปแล้ว (ของตัวเองบางเล่มก็หายไปแล้ว) ส่วนใหญ่อ่านเอาหลักการใหญ่ แล้วก็อ่านเอาสนุก เพราะหลายเล่มเป็นพวก case study ไม่ได้อ่านเพื่อท่องเป็นตำรา นานๆ นึกอยากจะทบทวนประเด็นใหญ่ๆ ก็ไปหยิบมาพลิกๆดูเอ

หมวดเวปไซด์
เวปทางการ
www.settrade.com – อ่านบทวิเคราะห์ บทความดร.นิเวศน์ และสมาชิก thaivi คนอื่นๆ
www.set.or.th – อ่านข่าวทางการจากตลาดหลักทรัพย์ download งบการเงินมาอ่าน
www.tsi-thailand.org – ทบทวนพื้นฐานความรู้ทฤษฏีต่างๆ ด้านการลงทุนและบัญชี

แบบสมัครสมาชิก
www.thaivi.org – อ่านข่าวหุ้นรายตัว กระทู้ทรงคุณค่า แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับสมาชิกคนอื่นๆ
www.dekisugi.net – อ่านบทความ

ข่าวเศรษฐกิจ (หลังๆตามเอาจาก facebook twitter ของสำนักข่าว)
ข่าวในประเทศ
www.bangkokbiznews.com
www.prachachat.net

ข่าวต่างประเทศ
www.bloomberg.com
ฯลฯ

ช่องรายการทีวี
NOW26
Money Channel

หนังสืออื่นๆที่แนะนำ เพื่่่อช่วย balance ชีวิต ไม่ให้ติดกับดักเรื่องการลงทุนมากไปนัก
1.หนังสือธรรมะของท่านพุทธทาส
2.หนังสือ เงินไม่ใช่พระเจ้า : What Money Can’t Buy ของไมเคิล แซนเดล แปลโดย สฤนี อาชวานันทกุล

No.111 ฉบับOpportunity (Day) to Regional Hub

ประกาศผลประกอบการ ไตรมาส 2 กันไปหมดแล้วสำหรับบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ( ยกเว้นบางบริษัทที่มีรอบบัญชีไม่ตรงกับชาวบ้าน) หลายๆ บริษัทก็เปิดโอกาสให้นักลงทุนได้รับทราบข้อมูลและซักถามข้อสงสัย ผ่านกิจกรรม ” บริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน” ( Opportunity Day ) ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้จัดขึ้น โดยหลายๆคนมักเรียกสั้นๆ ว่า OppDay

นอกจากการตรวจสอบเหตุและผลของผลประกอบการที่ผ่านมาว่ามีที่มาที่ไปอย่างไรแล้ว อีกส่วนหนึ่งที่นักลงทุนให้ความสำคัญกับกิจกรรม OppDay ก็คือ การตรวจสอบแผนการลงทุนหรือขยายกิจการว่าเป็นไปตามแผนงานที่ผู้บริหารได้วางแผนไว้หรือไม่ และมีแผนในอนาคตไว้อย่างไร

ในส่วนของแผนงานในปัจจุบันกินไปถึงอนาคตนั้น เท่าที่ดูหลายๆ บริษัท มีการวางยุทธศาสตร์โดยอิงกับความได้เปรียบเชิงภูมิศาสตร์ของประเทศไทย ผนวกกับการพัฒนาที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วของประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่ม CLMV ( กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม ) หรือบางคนเรียกอาเซียนบก  ซึ่งยุทธศาสตร์ที่ว่าก็คือ การพยายามจัดวางตำแหน่งของธุรกิจตัวเอง ให้เป็น Regional Hub หรือศูนย์กลางของภูมิภาคในด้านนั้นๆ

โดยอยากจะยกตัวอย่างแผนภาพการขยายงานหรือกิจการของ 3 บริษัทใน 3 อุตสาหกรรมดังนี้

$CPN (Retail Tourism Hub?)
CPN

บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ $BGH (Medical Hub?)

BGH

บมจ.ซิมโฟนี่ คอมมูนิเคชั่น $SYMC (Communication Hub?)
symc

นอกจากตัวอย่างที่ยกมาแล้ว คิดว่ายังมีอีกหลายๆ อุตสาหกรรมที่ต่างเดินหน้าวางโครงข่ายการการให้บริการหรือกิจการของตัวเอง กระจายตัวออกจากศูนย์กลางให้ครอบคลุมไปจนถึงตัวจังหวัดชายแดนกันมากขึ้น (หรือบางกิจการก็เข้าไปตั้งในประเทศเพื่อนบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว) เพื่อเชื่อมโยงการค้าขาย การให้บริการ หรือ การติดต่อสื่อสาร กับหรือระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน (คือเป็นทั้ง Hub และ Gateway ) ซึ่งยิ่งนับวันก็จะยิ่งมีปริมาณที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆตามกระแสการเปิดเสรีการค้าและประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (หรือ AEC) ซึ่งขยายตัวออกไปอีกหนึ่งขั้นต่อจากการขยายตัวของสังคมเมือง(urbanization)ไปสู่หัวเมืองต่างจังหวัดภายในประเทศเอง

ในทรรศนะส่วนตัว คิดว่า ความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์นั้น จะว่าไป ก็ดูเป็นความได้เปรียบที่ค่อนข้างยั่งยืน (Durable) หากแต่ว่า ในโลกของทุนนิยมสมัยใหม่ คนที่เป็นเจ้าของความได้เปรียบนั้น อาจไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของภูมิประเทศนั้นก็ได้ ;p

ที่มา
CPN Opportunity Day 2Q13
SYMC Opportunity Day 2Q13
BGH Analyst Presentation 2Q13&6M13 Results ( $BGH ยังไม่ได้มา OppDay และดูเหมือนปกติจะไม่มา)

No.104 ฉบับThe Chirathivat’s stock around us

เมื่อไม่นานมานี้ มีรายการเกี่ยวกับหุ้น รายการใหม่ทาง money channel ชื่อรายการ Stock around us ดำเนินรายการ โดย น้องพิซซ่า พิสชา เหมวชิรวรากร ลูกสาวคนเดียวของ ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร เป็นผู้ดำเนินรายการ (เป็นภาษาอังกฤษ) โดย เทปรายการที่มีโอกาสได้ดู เป็นตอนเกี่ยวกับ $CPN

ตัวอย่างรายการ Stock around us

จะว่าไปแล้ว $CPN หรือ บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา นั้น เป็นเพียงจิ๊กซอร์ตัวหนึ่งของอาณาจักรค้าปลีกของตระกูลจิราธิวัฒน์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ถ้าเราจะมาลองไล่เรียงกันดู เพิ่มเติมว่า ยังมีจิ๊กซอร์ตัวอื่นของตระกูลจิราธิวัฒน์เฉพาะที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ อะไรอีกบ้างก็จะได้ประมาณนี้

$CENTEL – กลุ่มโรงแรมและรีสอร์ตแบรนด์ เซ็นทารา(Centara) และร้านอาหารแบรนด์ดังๆ ที่ซื้อเฟรนไชส์มาทำในเมืองไทย (ดำเนินงานภายใต้ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด ) เช่น เอฟซี (KFC) ( ส่วนใหญ่ที่อยู่ในเซ็นทรัลพลาซ่าและบิ๊กซี ที่เหลือเป็นของ บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ) มิสเตอร์ โดนัท (Mister Donut) อานตี้ แอนส์ (Auntie Anne’s) เปปเปอร์ลันช์ (Pepper Lunch) เบียร์ด ปาปาส์ (Beard Papa) ชาบูตง (Chabuton) โคลด์สโตน ครีเมอรี ( Cold Stone Creamery) ริว ชาบู ชาบู (Ryu Shabu Shabu) โยชิโนยะ (Yoshinoya) โอโตยะ เดอะ เทอเรส (The Terrace)

$ROBINS – ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน และ มีหุ้นบางส่วนในแบรนด์ Super Sports กับ Power Buy ( ซึ่งตัว $ROBINS เองถือหุ้นใหญ่โดย บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ CRC อีกที ซึ่ง CRC เองไม่ได้อยู่ในตลาดฯ )

$CPNRF – กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN รีเทล โกรท ณ ปัจจุบันลงทุนในสินทรัพย์หลักๆ คือ พื้นที่เช่าของ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา พระราม 2 ศูนย์การค้า เซ็นทรัลพลาซา รัชดา-พระราม 3 เซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้า ( $CPN มีแผนขาย เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต และเซ็นทรัล รามอินทรา เข้ากองทุนนี้เพิ่ม)

$OFM – ออฟฟิศเมท ซึ่งจะว่าไปแล้ว ทางกลุ่มจิราธิวัฒน์นั้น ใช้ $OFM เป็น backdoor ในการนำแบรนด์ ออฟฟิศดีโป เดิม และ บีทูเอส (B2S) ซึ่งอยู่ภายใต้ CRC เข้าจดทะเบียนในตลาดผ่านกระบวนการควบรวมกิจการ และคืนแบรนด์ ออฟฟิศดีโป เปลี่ยนมาใช้แบรด์ ออฟฟิศเมท (OfficeMate) ในการทำการตลาดแทน และพยายามที่จะใช้ประโยชน์ระบบงานขายแบบ online ของทาง $OFM มาปั้นแบรนด์ centralonline ขายของในเครือ CRC ผ่านอินเทอร์เน็ตอีกที

$BIGC – บิ๊กซี แม้ว่ากลุ่มจิราธิวัฒน์จะไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สุดในกิจการของบิ๊กซี แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า กลุ่มจิราธิวัฒน์เองยังสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่เช่าของบิ๊กซี สำหรับการขยายกิจการค้าปลีกอื่นๆ ของกลุ่มบริษัทอย่าง แบรนด์อาหารของ $CENTEL (เช่น KFC Mister Donut ถ้าสังเกตเราจะไม่ค่อยเห็น แบรนด์โดนัท อื่น เช่น Dunkin Donut ในห้างบิ๊กซี แต่จะเห็นในห้างโลตัสแทนซะเยอะ ) หรือแบรนด์เครื่องใช้สำนักงานของ $OFM (เช่น B2S OfficeMate) ได้อยู่เรื่อยๆ

เท่าที่ลองไล่เรียงมาทั้งหมดนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของอาณาจักรค้าปลีกของตระกูลจิราธิวัฒน์ ที่อยู่รายรอบตัวเรา ยังมีอีกหลายกิจการ(แบรนด์) ที่อยู่ภายใต้ร่มเงาของ เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น (CRC) ซึ่งเราคุ้นเคยเป็นอย่างดี แต่อยู่นอกตลาดฯ เช่น ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล Tops ไทวัสดุ homeWorks และล่าสุดอย่าง FamilyMart  ที่ไม่แน่ใจว่าจะมีโอกาสที่ CRC จะค่อยๆปล่อยเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์เพิ่มเติมหรือไม่ คงต้องรอดูกันต่อไป

ที่มา
www.set.or.th
www.centralretail.com/en/brand.php

No.100 ฉบับลิ่งแรกในชีวิต[TLStory]

Disclaimer
*โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
*การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการลงทุนทุกครั้ง
*ข้อมูลที่ปรากฏใน blog นี้ ไม่ได้ระุบุที่มาที่ไปของข้อมูลทั้งหมด มีหลายส่วนที่ผู้เขียนคิดไปเอง นึีกไปเอง จับแพะ ชนแกะ จึงไม่สามารถเชื่อถือได้

มิตรสหายหลายท่านเคยกล่าวไว้ หวยออกแล้วพูดยังไงก็ถูก ฮา สัปดาห์ก่อนนั่งหาหุ้นเล่นๆ ด้วยเงื่อนไข market cap < 1,000 ล้าน pe ไม่เกิน 15 มี catalyst ที่จะ growth ปรากฏว่าไปเจอ $UIC
มาวันนี้หวยออกจริงๆ เลยทวีตสิ่งที่คิดไว้สัปดาห์ก่อนไว้สักหน่อย แต่ถ้าจะพูดภาษาหวย คือ แทงน้อยไปมากๆๆๆ ฮา (แต่เอาจริงๆ ไม่ได้คิดหรอกว่ามันจะไปขนาดนี้ คิดแค่ว่าอย่างน้อย 1 ปี น่าจะมี growth สนุกๆบ้าง สรุปงานนี้ ฟลุค 90% ฝีมือจริงๆไม่เท่าไหร่หรอก )