No.120 ฉบับฝันแบบจีน

หากพูดถึงมหาอำนาจอันดับ 1 ของโลกอย่างอเมริกา เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินคำว่า “The American Dream” มาแล้ว ซึ่งนิยามของ American Dream ในปัจจุบันกับในอดีตก็อาจผิดเพี้ยนเปลี่ยนไปจากแนวคิดเมื่อคราวเริ่มต้น จนหลายคนบอกว่าเพราะรูปแบบการใช้ชีวิตแบบ American Dream นี่เองแหล่ะคือ ต้นตอปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจในปัจจุบันของอเมริกา

the American Dream นั้นแท้จริงแล้ว ถ้ากล่าวแบบสรุปย่อๆ ก็น่าจะหมายถึง ลักษณะพื้นฐานทางด้านสังคมมีร่วมกันของกลุ่มคนอเมริกัน ซึ่งเน้นแนวความคิดในเรื่องของ อิสรภาพที่เกี่ยวข้องกับโอกาสในการสร้างฐานะและความสำเร็จในสังคม

หันกลับมามองมหาอำนาจอันดับ 2 ในตอนนี้อย่างจีนบ้าง โดยส่วนตัวแล้ว เริ่มสนใจที่จะอ่านข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับจีนที่เป็นภาษาอังกฤษมากขึ้น โดยเฉพาะเว็บไซต์ที่เป็นสำนักข่าวใหญ่ซึ่งมีภาคภาษาอังกฤษดัวย ทำให้บังเอิญไปเจอเรื่องราวเกี่ยวกับ “The Chinese Dream” โดยบังเอิญ

เมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2013 นั้นนิตยสาร “Civilization” ของจีนได้จัดทำฉบับพิเศษ ที่พูดถึงเรื่องราวเกี่ยวกับผู้นำรุ่นล่าสุดของจีน เพื่อสอดรับการการประชุมใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน(CPC) ที่จัดขึ้นในเดือนตุลาคม 2013 โดยนำรูปของสี จิ้นผิง (Xi Jinping) ผู้นำสูงสุดคนปัจจุบันมาขึ้นปก ซึ่งทาง CNTV (Chinese Network Television)  ได้นำบทความบางส่วนมาเผยแพร่ให้อ่านบนเว็บไซต์

นิตยสาร “Civilization” ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2013 ปก สี จิ้นผิง (ที่มารูป  China’s New Leadership Ordinary Lives and Extraordinary Dreams )

นิตยสารฉบับพิเศษดังกล่าว นอกจากจะนำเสนอข้อมูลเกี่ยวผู้นำรุ่นใหม่ของจีน ไล่ลำดับตั้งแต่สูงสุดลงไปแล้ว ยังนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับ “The Chinese Dream” เอาไว้ด้วย

เท่าที่ไล่อ่านบทความบนเว็บไซด์ของ CNTV แบบคร่าวมากๆ (ออกตัวก่อน) ผู้เขียนบทความในนิตยสารดังกล่าวพยายามนำเสนอว่า ในระดับ global scale นั้น มีความฝันอยู่ 3 รูปแบบที่ซ้อนทับและเป็นคู่แข่งขันกันในการมีอิทธิพลต่ออารยธรรมของมนุษย์ ประกอบด้วย the American Dream the European Dream และ the Chinese Dream

ซึ่งก็เป็นธรรมดาที่สื่อจีนจะเขียนถึงความฝันของตัวเองในเชิงบวก แล้วก็วิจารณ์ความฝันของคู่แข่งไปในทางลบ แต่สิ่งที่ผู้เขียนอธิบายก็มีส่วนจริงอยู่หลายเรื่องตามที่เกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบัน โดยหลักๆ ผู้เขียนวิจารณ์ว่า ความฝันแบบ American นั้นไขว่คว้าหาความมั่งคงแบบไม่สนใจคนอื่น ส่วนความฝันแบบ European ก็คิดแต่จะปกป้องตัวเองหลังจากต้องลำบากจากสงครามโลกครั้งที่สอง ส่วนความฝันแบบจีน หรือ the Chinese Dream นั้นอิงกับวัฒนธรรมโบราณที่มีประวิติศาสตร์ยาวนาน ซึ่งให้ความสำคัญกับการผูกมิตรและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงความสัมพันธ์กับธรรมชาติ ไม่เน้นการพัฒนาที่ทำลายล้างทรัพยากรธรรมชาติแบบอเมริกัน (ตอนอ่านก็ได้แต่ส่ายหน้าหน่อยๆ แอบคิดในใจว่า มันจริงเหรอว้า )

แต่ไม่ว่าจะ the American Dream หรือจะ the Chinese Dream ต่างก็มีจุดเด่นจุดด้อยให้วิพากษ์วิจารณ์ต่างกันไป แต่อย่างน้อยๆ คนอเมริกัน กับ คนจีน ก็ยังมีความใฝ่ฝันในอุดมคติร่วมกันบางอย่าง ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า แล้วรูปร่างหน้าตาของ the Thai Dream ในปัจจุบันนั้น มันเป็นอย่างไรกันแน่ ;p

ที่มา The Chinese Dream : Sense concerning the revival of the Chinese civilization

Advertisements