No.94 ฉบับบุกรังโจน


ช่วงเดือนพฤศจิกายน เป็นช่วงที่บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาสสามของปีออกมา ในฐานะนักลงทุน(รายย่อยมากๆ) อย่างผม ก็มีหน้าที่อีกอย่างนอกจากหน้าที่ลูกจ้างพนักงานบริษัทซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เช่นกัน คือการตรวจการบ้าน ดูผลงานของบริษัทที่ทั้งถือหุ้นอยู่ หรือไม่ได้ถือหุ้นอยู่แต่อยู่ในความสนใจศึกษา ว่าเป็นอย่างไร มีอะไรผิดปกติหรือไม่ ทำให้ดูเหมือนว่าชีวิตช่วงนี้จะหมกมุ่นอยู่กับเรื่องพวกนี้พอสมควร จนมาวันหนึ่งคนข้างๆตัว มาชักชวนให้ไปฟังงานเสวนาเปิดตัวหนังสือ “บุกรังโจน” ซึ่งได้เชิญพี่โจ โจน จันใด คนต้นเรื่อง มาพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดและประสบการณ์ชีวิตกัน ก็เลยได้โอกาสเตือนสติตัวเอง ให้ได้กลับมาที่จุดสมดุลอีกครั้ง

งานเสวนาจัดขึ้นเมื่อวานนี้ (17 พฤศจิกายน 2555) ที่สวนโมกข์กรุงเทพฯ หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ โดยในงานก็มีซุ้มขายหนังสือและเสื้อยืด “บุกรังโจน” มีพี่โจ นั่งแจกลายเซ็นต์ อยู่ด้วย ซึ่งรายได้จากการขาย จะนำไปใช้งานของศูนย์เก็บเมล็ดพันธุ์สวนพันพรรณต่อไป

เรื่องที่นำมาพูดในงานเสวนานั้น จริงๆ ผมก็ได้อ่านและฟังจากบทสัมภาษณ์ของพี่โจ บนสื่อออนไลน์และออฟไลน์อยู่บ่อยๆอยู่แล้ว แต่ก็เหมือนได้กลับมาฟังซ้ำเพื่อทบทวน ความคิด และ ความเชื่อของตัวเองอีกที ว่ายังเหมือนเดิมอยู่หรือเปล่า 🙂

ประเด็นสำคัญๆ ที่พี่โจ พยายามจะเน้น โดยผมสรุปเอาเอง ก็คือ ความมั่นคงในโลกทุนนิยม ที่มุ่งเน้นการสะสมเงินนั้น ไ่ม่น่าจะเป็นความมั่นคงที่แท้จริง เพราะแท้จริงแล้วนั้น เราได้แลกเอาทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ มาเปลี่ยนเป็นเงิน หากวันหนึ่งทรัพยากรถูกเปลี่ยนเป็นเงินจนหมดแล้ว เราก็ไ่ม่สามารถบริโภคเงิน เพื่อความอิ่มท้องแทนทรัพยากรที่หมดไปแล้วได้

งานสำคัญที่พี่โจเน้นในปัจจุบันคือ การเก็บเมล็ดพันธุ์พืช ไม่ให้สูญพันธุ์ไป เพื่อคงความหลากหลายของทรัพยากรที่เราสามารถนำมาบริโภคได้ ซึ่งพี่โจก็ได้เชื่อมโยงกับเรื่องเล่าในศาสนาคริสต์เกี่ยวกับเรื่องของโนอาห์ ที่พระเจ้าสั่งให้ต่อเรือและรวบรวมสัตว์ทุกชนิดเข้าไปอยู่ในเรือ ก่อนที่จะทำให้น้ำท่วมโลก ซึ่งเปรียบกับปัจจุบัน น้ำที่ท่วมโลก อาจไม่ใช่น้ำจริงๆ แต่เป็นความโลภของมนุษย์ที่กำลังทำลายล้างทรัพยากรทรัพยากรธรรมชาติอยู่

อีกประเด็นหนึ่งที่พี่โจ พยายามจะเน้นก็คือ ความเป็นอิสระ ซึ่งก็มีผู้เข้าฟัง ซึ่งเป็นคนเมืองหลายคนตั้งคำถามว่า ด้วยความเป็นคนเมือง ไม่สามารถสร้างบ้านดิน ปลูกผักกินเอง หรือพึ่งพาตัวเองเกือบทุกอย่างแบบพี่โจได้ เขาจะมีอิสระได้อย่างไร

พี่โจ ตอบคำถามนี้ไปในแนวทางที่สอดคล้องกับแนวทางของพุทธศาสนา (ซึ่งเข้ากับสถานที่จัดงานซะด้วย) นั่นก็คือ การเป็นอิสระนั้น หลักใหญ่คือการเข้าใจสิ่งที่เป็นอยู่ และใช้ชีวิตให้สอดคล้องตามความจำเป็น ไม่ตกเป็นทาสอารมณ์ของตัวเอง มีสติในการใช้ชีวิตอยู่เสมอ ไม่จำเป็นตัองพึ่งพาตัวเองทุกอย่าง แต่ลดการบริโภคสิ่งที่ไม่จำเป็น และเน้นการพึ่งพากันเองภายในชุมชน หาทางเืกื้อหนุนผู้ผลิตที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมแทน ( ช่วงนี้พี่โจแอบมีแซะโฆษณาว่า สมัยนี้เขาบอกว่า อยากมีอิสรภาพ ต้องมีบัตรเครดิต…ฮา)

ก่อนจบเสวนา พี่โจ ทิ้งท้ายอย่างถ่อมตนว่า สิ่งที่เขาพูดนั้น เป็นเพียงการเล่าประสบการณ์ส่วนตัวของคนตัวเล็กๆ ไม่จำเป็นต้องเชื่อ หรือ ทำตามสิ่งที่พี่เขาบอกทุกอย่าง เพราะคนเรามีความสุขต่างกัน อยู่ที่แต่ละคนจะค้นหาให้เจอว่า ความสุขของเราคืออะไร หากความสุขของเราเหมือนพี่เขา ก็อยากให้ลองนำไปคิด ไปทดลองปฏิบัติดู แล้วก็จะรู้เองว่า ใช่สิ่งที่เราต้องการหรือเปล่า แต่สิ่งที่พี่โจเชื่ออยู่เสมอก็คือ
ชีวิตง่ายๆ ทำให้มันยากทำไม ถ้ามันยากแสดงว่ามันผิด

ตัวอย่างบทสัมภาษณ์พี่โจ 

คลิปพี่โจพูดในงาน TED Talk : TEDxDoiSuthep

Advertisements