No.89 ฉบับยูโร 2012 กับอัซซูรี่ในความทรงจำ

มิถุนายน 2555 เป็นเดือนแห่งบอลยูโร หรือ ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป จัดขึ้นที่ประเทศโปแลนด์และยูเครนร่วมกัน ในเมืองไทยนั้นกระแสของบอลยูโรในปีนี้ ถ้าไ่ม่นับเรื่องดราม่าจอดำกับการขายกล่องเจ้าปัญหาของ GMM โดยส่วนตัวแล้วรู้สึกว่า จะไม่ค่อยคึกคักเท่าที่เคยมีมา ซึ่งจริงๆ กระแสอาจจะไม่ได้ซาลง เพียงแต่เมื่ออายุอานามของตัวเราเองมากขึ้น ความสนใจในการติดตามรับชม ตามเชียร์ ก็เลยลดลงไปด้วยเหตุปัจจัยทั้งด้านการงานและสุขภาพ

ถ้าพูดถึงฟุตบอลทัวร์นาเม้นท์ใหญ่ๆ สมัยเด็กๆ ผมก็จะรู้จักแค่ฟุตบอลโลก ซึ่งทีมที่เชียร์ส่วนใหญ่จะเป็นทีมจากอเมริกาใต้ อย่าง บราซิล อาร์เจนติน่า แต่พอโตมาช่วงอยู่มหาวิทยาลัย จำได้ว่า ฟุตบอลโลกปี 94 ทีมที่ตามเชียร์กลับเป็นอิตาลี

เหตุผลก็ไม่มีอะไรมาก ช่วงนั้นผมชอบทีมเสื้อน้ำเงิน ;p … ขุนพลอัซซูรีในชุดนั้น นักเตะที่เด่นที่สุด ก็คงหนีไม่พ้น โรแบร์โต บัจโจ้

อิตาลีชุดบอลโลกปี 94 ผ่านรอบแรกแบบค่อนข้างกระท่อนกระแท่น แต่ก็เอาตัวรอดผ่านเข้าไปรอบตัดเชือกได้เรื่อยๆ และฟอร์มการเล่นก็ดีขึ้นเรื่อยๆ จนถึงรอบชิง ขุนพลอัซซูรี่ ก็ยันเสมอกับบราซิลจนครบ 120 นาที และแพ้การดวลจุดโทษ ซึ่งผู้ที่พลาดจุดโทษตัดสินลูกสุดท้ายก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็ โรแบร์โต บัจโจ้นี่เอง

ด้วยลักษณะการเล่นของทีมชาติอิตาลีที่กูรูลูกหนังหลายคนต่างยกให้ว่า เป็นทีมที่เล่น เขี้ยว และ จัดเป็น โคตรทีม ทีมหนึ่งในโลกลูกหนัง ซึ่งในความรู้สึกของผมนั้นทีมอัซซูรี่ เวลาเล่นดีจะดีใจหาย แต่เวลาแย่นี่ก็แย่แบบไม่เหลือฟอร์มโคตรทีมเหมือนกัน ซึ่งก็กลายเป็นสีสันอย่างหนึ่งให้ผมได้ตามลุ้นตามเชียร์มาเรื่อยๆ

ภายหลังจากฟุตบอลโลกปี 94 ทีมชาติอิตาลีก็เว้นว่างจากการเข้ารอบชิงฟุตบอลรายการใหญ่ๆ ไปอีกหลายครั้ง จนกระทั่งฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปปี 2000 อิตาลีก็ได้หลุดเข้าไปชิงอีกครั้ง โดยพบกับฝรั่งเศส ซึ่งเพิ่งได้แชมป์ฟุตบอลโลกปี 98 ในบ้านตัวเองมาหมาดๆ…รอบชิงคราวนี้เล่นเอาผมนอนไม่หลับ เพราะอิตาลียิงนำไปก่อน แต่มาโดนตีเสมอช่วงท้ายเกม แล้วก็โดนยิงแซงในช่วงต่อเวลาพิเศษแบบโกลเด้นโกล

อิตาลีห่างหายจากรอบชิงชนะเลิศบอลรายการใหญ่ไปพักหนึ่ง จนกระทั่งฟุตบอลโลกปี 2006 ที่เยอรมัน อิตาลีฝ่าด่านมาถึงรอบรองชนะเลิศ แล้วก็โค่นเยอรมันเข้าสู่รอบชิง ไปเจอกับฝรั่งเศสอีกครั้ง คราวนี้อิตาลีสมหวัง ดวลจุดโทษเอาชนะ ได้แชมป์ฟุตบอลโลกปี 2006 ไปได้สำเร็จ

มาถึงปี 2012 ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปครั้งนี้ อิตาลี เข้าถึงรอบรองและโ่ค่นเยอรมันได้อย่างงดงามอีกครั้ง แต่ต้องไปเจอศึกหนักกับเต็งหนึ่งของรายการอย่าง สเปน ผลจะเป็นอย่างไรคงทราบกันได้วันพรุ่งนี้

ตามไปอ่านรายละเอียดประวัติศาสตร์ของทีมชาติอิตาลีต่อได้ในวิกิพีเดีย
http://en.wikipedia.org/wiki/Italy_national_football_team