No.82 ฉบับไทม์ไลน์ปายกับครอบครัว

9 ธันวาคม 2554

  • 05:19 อยุธยา
  • 06:47 นครสวรรค์
  • 08:15 กำแพงเพชร
  • 09:33 ตาก
  • 11:45 วัดพระธาตุลำปางหลวง

  • 12:53 ลำพูน
  • 13:10 กำลังเข้าเชียงใหม่ ถ้าดูแค่ทะเบียนรถรอบข้าง จะนึกว่ากำลังเข้ากรุงเทพฯ
  • 13:40 ข้าวซอยลำดวน ฟ้าฮ่าม ซุปเปอร์ไฮเวย์ #สั่งข้าวราดแกงฮังเล

  • 14:18 เข้า 107 มุ่งหน้า 1095
  • 17:45 วิลล่า เดอ ปาย

  • 18:31 ปายร้อนกว่าบางใหญ่นะฺฮะ -_-“
  • 18:40 น้องเบียร์
  • 19:07 กินข้าวเสร็จ อากาศเริ่มเย็น ค่อยรู้สึกว่าแตกต่างจากข้าวสารหน่อย;p
  • ร้านฮิปๆในปายตอนนี้มีมากมายจนลายตา กำลังคิดว่าอีกหน่อยอาจมีร้านขึ้นป้าย”ฮิปแรกในปาย”
  • ซ๊อกติ๋น=socks

10 ธันวาคม 2554

  • 5:55 wake up! @villa de pai

  • 8:14 วัดพระธาตุแม่เย็น

  • 09:00 สะพานประวัติศาสตร์ปาย

  • 09:40 coffee in love

  • สะพานประวัติศาสตร์ปายปัจจุบัน=สะพานนวรัฐเก่าของเชียงใหม่นี่เอง
  • 10:30 วัดน้ำฮู้

  • 10:45 บ้านสันติชล

  • 13:00 ปายในฝัน

  • ปายในฝันเขาสะกดแบบนี้ pai-nai-fun รู้มั้ยฮะ #ทวีตตรูสะกดผิด
  • รถถีบ= bicycle

11 ธันวาคม 2554

  • 06:30 ห้วยน้ำดัง

  • 10:30 ออกจากปายมุ่งหน้าเจียงใหม่
  • วัดจากปริมาณอย่างเดียว OTOP ขึ้นชื่อของปายเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ นอกจาก…เสื้อยืด
  • 13:48 ข้าวซอยเสมอใจ
  • 15:00 บ้านฮานิบะ Hanibah

  • บ้านฮานิบะนี่ ทั้งสถาปัตยกรรม โครงสร้าง ทั้งของแต่งบ้าน ต้องเรียกว่า บ้านที่อยากมีสักหลังในฝัน เราเลยทีเดียว
  • พักอยู่ปายมา สองวัน มุมถ่ายรูปยังไม่ถูกใจเท่ามานั่งอยู่ฮานิบะครึ่งชั่วโมง สงสัยจะถูกจริตที่พักที่นี่มากกว่า

  • เอาแค่บรรยากาศ ใครชอบบ้านไม้คลาสิกๆ ไม่ไกลถนนคนเดิน บ้านฮานิบะ Baan Hanibah..นี่ Highly recommended ^^b

  • 18:00 ลิ้มฮานง้วน (เจ้าเก่าตลาดอนุสาร) #chiangmai

  • 19:00 ถนนคนเดิน

12 ธันวาคม 2554

  • 08:14 breakfast time

  • อยู่เมืองเชียงใหม่อากาศไม่ค่อยหนาว แล้วอ่าน TL หรือสเตตัส ว่ากรุงเทพฯหนาว รู้สึกแปลกๆชอบกล ;p
  • อยู่บ้านฮานิบะมาข้ามวัน ได้ยินชื่อ”ม่อนแจ่ม”จากคนในบ้าน 2-3 ครั้งละ ฮิตจริงๆ
  • 09:45 กาดหลวง #chiangmai
  • 10:10 วัดเจดีย์หลวง #chiangmai

  • 10:30 วัดพระสิงห์ #chiangmai

  • 12:15 วัดพระธาตุหริภุญชัย #lamphun

  • 16:00 บ้านตาก #tak
  • 17:00 กำแพงเพชร รถทะเบียนกรุงเทพฯ มุ่งหน้ากลับบ้านกันเป็นขบวน
  • 18:00 สลกบาตร (สุดเขตกำแพงเพชร) กินข้าว
  • 19:00 ออกจากนครสวรรค์
  • ถ้ามองว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของlong weekend สายเอเชียขาเข้า 19:45 ช่วงสิงห์บุรี รถเบาบางกว่าที่คิด
  • 22:45 ถึงจุดหมายสุดท้าย บางใหญ่ unpack สัมภาระ เก็บของ อาบน้ำนอน ปิดทริป #paiw/family ZZz…

ปล. blog นี้คัดลอกเนื้อหามาจาก TL #paiw/family ใน twitter @surustx และ รูปภาพที่ upload ประกอบ TL จาก molo.me/tetex

Advertisements

No.81 ฉบับบุษบามาร์เก็ต

ช่วงน้ำท่วมใหญ่ปีนี้ เป็นช่วงที่ผมได้มีโอกาสได้ใช้รถสาธารณะ ทั้งประจำทางและไม่ประจำทาง(คือโบกรถที่ผ่านไปผ่านมาเอา) อยู่บ่อยๆ เส้นทางกลับบ้านในช่วงค่ำๆ นั้นมักจะต้องไปต่อรถแถวปากคลองตลาดเป็นประจำ

เมื่อพูดถึงปากคลองตลาดในความรู้สึกส่วนตัว ผมรู้สึกว่าเป็นตลาดที่มีชีวิตชีวามากที่สุดแห่งหนึ่ง ส่วนหนึ่งอาจจะเพราะปากคลองตลาดนั้น เป็นตลาดขายส่ง ขายปลีก ดอกไม้นานาพันธุ์ สีสัึนมากมายกันไป กลิ่นหอมรัญจวนใจ …(จังหวะเพลงบุษบาของโมเดิร์นด็อกเริ่มมา พอดีกว่า แหะๆ )  อีกส่วนหนึ่งก็คงเป็นบรรยากาศ การร้องเรียกลูกค้าของแม่ค้าดอกไม้ตามริมถนน ซึ่งแว่วเข้าหูผมมาเป็นตัวอย่างเช่น “ดาวววมั้ยค้าาาา ดาววว” ของแม่ค้าร้านขายดอกดาวเรือง

ครั้งหนึ่งผมเคยไปชมนิทรรศการเกี่ยวกับเรื่อง ผีๆ ที่ TCDC จึงได้รู้ข้อมูลอันน่าทึ่งมาว่า ห่วงโซ่ทางเศรษฐกิจ อันมีต้นสายมาจากความเชื่อเรื่องภูตผีวิญญาณนี้ มีปลายเหตุที่ก่อมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาลราวปีละหลายพันล้าน(จำตัวเลขแม่นๆไม่ได้แต่มากกว่าหลักร้อยล้านแน่ๆ) ซึ่งแน่นอนว่าธุรกิจค้าขายดอกไม้สด ก็เป็นห่วงโซ่ข้อใหญ่ในมูลค่าทางเศรษฐกิจนี้ นอกจากพิธีกรรมทางศาสนาอันเนื่องมาจากความเชื่อที่กล่าวมาแล้ว พิธีกรรมต่างๆทางสังคม เช่น งานแต่งงาน งานรับปริญญา ก็ล้วนแต่มีดอกไม้เป็นส่วนประกอบในงานทั้งสิ้น ซึ่งก็ทำให้เกิดเป็นกระแสเงินสด หมุนเวียนอยู่ในระบบค้าขายดอกไม้นี้ได้ไปเรื่อยๆ ไม่มีวันจบสิ้น

ร้านค้าดอกไม้ในปากคลองตลาดเองก็มีหลายเกรด หลายระดับ มีตั้งแต่แผงลอยริมถนน ร้านตึกแถวโบราณ ไปจนร้านติดแอร์แนวโมเดิร์น ผมเองก็ยังไม่ได้ไปสังเกตแบบละเอียดมากนักว่า สินค้าและราคามีความแตกต่างกันมากน้อยขนาดไหน เพราะส่วนใหญ่จะเดินผ่านๆ ระหว่างทางไปรอรถประจำทางกลับบ้าน

โดยรวมๆแล้วผมว่าปากคลองตลาด ก็อยู่ในช่วงกึ่งเก่ากึ่งใหม่ ซึ่งผมว่าก็เป็นเรื่องดี เพราะสามารถรองรับความต้องการของลูกค้าได้หลายระดับ ทั้งพวกเด็กแนวมาหาซื้อกุหลาบให้สาวในช่วงวาเลนไทน์ ไปจนแม่ค้าขายปลีกพวงมาลัยที่มาซื้อหาวัตถุดิบไปผลิตสินค้า แบบที่เรียกว่ามีทั้งบรรยากาศแบบบ้านๆ ไปจนระัดับที่เหมือนเดินเลือกซื้อของในห้างกันไปเลย

หลังสถานการณ์น้ำท่วม (คือน้ำลดนั่นเอง) ผมคงไม่ค่อยได้มีโอกาสเดินทางผ่านปากคลองตลาดบ่อยๆ เหมือนช่วงนี้อีก แต่คิดว่า คงจะต้องหาโอกาสกลับมาเดินเล่นอีกแน่ๆ  ว่าแต่…ผมยังแอบสงสัย ว่าแม่ค้าขายดอกรัก เขาจะร้องขายว่าอย่างไรกันหนอ 🙂