No.79 ฉบับแผนที่

ถ้าวัดเอาจากพฤติกรรมของตัวเองเป็นหลัก พอเดาได้ว่าช่วงเดือนตุลาฯ 54 ซึ่งเป็นช่วงน้ำท่วมใหญ่ เวปที่คนกรุงเทพฯและปริมณฑลเปิดใช้งานมากเป็นอันดับต้นๆ คงหนีไม่พ้น google maps

ที่ผ่านมาตัวผมเองจะใช้ google maps ก็เพื่อดูแผนที่ของถนน เพื่อใช้วางแผนการเดินทางไปต่างจังหวัด หรือไปที่ที่ไม่คุ้นเคย และช่วงเดือนนี้ สิ่งที่ผมดูในแผนที่กลับไม่ใช่เส้นทางถนน แต่เป็นเส้นทางน้ำ ผ่านคลองต่างๆ รวมไปถึงแผนที่ความสูงต่ำของแต่ละพื้นที่

แผนที่ รศ. เสรี ประเมินน้ำท่วมกรณีเลวร้ายที่สุด
http://g.co/maps/aqg9r

แผนที่สำหรับการตรวจสอบความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางของแต่ละพื้นที่
http://www.daftlogic.com/sandbox-google-maps-find-altitude.htm

แผนที่วิกฤตการณ์น้ำท่วมประเทศไทย โดย Google Crisis Response
http://www.google.org/crisismap?crisis=thailand_floods

ต้องยอมรับว่า ด้วยภาวะปกติ คนกรุงเทพฯอย่างเราๆ ที่สัญจรไปมาหาสู่กันผ่านถนนหนทางหรือใช้บริการรถไฟฟ้าเป็นหลัก แทบไม่เคยได้สังเกตหรือทำความรู้จักกับสายน้ำ ลำคลองที่ไหลผ่านหลังบ้านหรือเลียบลอดถนนที่เราใช้เป็นประจำทุกวัน
แต่ไม่ต่ำว่า 1 เดือนที่ผ่านมา เราได้ยินได้ฟัง ชื่อคลองต่างๆ ทั้งในและรอบๆ กรุงเทพฯมหานคร ทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตก กันจนจำได้ขึ้นใจ นอกเหนือจากรู้จักชื่อ คนที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้หลายๆคน ก็ยังสนใจเข้าไปศึกษา เส้นทางตัดผ่านของคลองต่างๆเหล่านั้น ว่ามันจะพัดพาเอาน้ำไปทิศทางไหน ไปต่อคลองอะไรกว่าจะไหลไปยังอ่าวไทย

การใช้แผนที่นั้นไม่ว่า ถนน หรือ แม่น้ำลำคลอง โดยรวมแล้วก็เพื่อให้เราได้เห็นภาพใหญ่ในการวางแผน ไม่ว่าจะเป็นแผนการเดินทางหรือแผนการรับมือภัยพิบัติ แต่แผนที่อีกอย่างหนึ่งที่เราควรจะมีและคิดถึงมันไว้อยู่เสมอคือ แผนที่ชีวิต แผนที่ชีวิตของผมในความหมายทางรูปธรรมนั้นไม่ได้ซับซ้อนอะไรมาก มันก็เป็นเพียงแค่การวางแผนด้านปัจจัยสี่ โดยที่คำนึงความเสี่ยงที่เกิดขึ้นในอนาคตเอาไว้ด้วย

โดยทั่วไปของชีวิตคนเมือง ที่ไม่สามารถผลิตปัจจัยสี่ได้เอง การทำแผนที่ชีวิตของตัวเอง ก็คงหนีไม่พ้นการวางแผนการเงินนั่นเอง ในภาวะวิกฤตนั้น หากเรามีการเก็บออมและกระจายความเสี่ยงไว้ในสินทรัพย์ต่างๆ ไว้ดีพอ ความเสียหายที่อาจจะเกิดจากภัยธรรมชาติก็จะถูกบรรเทาไปได้ระดับหนึ่ง
แต่หากความเสียหายที่เกิดขึ้นทางรูปธรรมมากมายเกินกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ เราก็คงต้องหยิบเอาแผนที่ชีวิตในเชิงนามธรรมมาใช้ เพื่อปลอบประโลมใจ ให้สู้ชีวิตกันต่อไป

แผนที่ชีวิตในเชิงนามธรรมในทางธรรม ก็คงหนีไม่พ้นแผนที่แห่งความสุขทางใจ ซึ่งเส้นทางแห่งความสุขที่พระพุทธเจ้าทรงแนะแนวทางไว้ให้ ก็คือ เส้นทางแห่งการหลุดพ้นทุกข์ โดยการให้เรารู้ว่าอะไรคือทุกข์ อะไรคือเหตุแห่งทุกข์ อะไรคือสุขที่แท้จริง อะไรคือหนทางที่จะนำไปสู่สุขที่แท้จริง
ในภาวะแบบนี้ สิ่งหนึ่งที่ลดได้ทันทีคงไม่ใช่ระดับน้ำท่วม แต่เป็นการลดการยึดมั่น ถือมั่นในสิ่งต่างๆ ของเราเอง….ยิ่งลดได้มาก เราก็จะทุกข์น้อยลง

ขอให้ทุกท่านโชคดี