No.77 ฉบับเล่าเก่าในขวดใหม่

หลายสัปดาห์ก่อน ผมหยิบหนังสือ The Lost Symbol ฉบับแปลไทยในชื่อ สาส์นลับที่สาบสูญ มาอ่าน หลังจากซื้อมานานเป็นปีๆ แต่ไม่เคยหยิบมาอ่านสักที ซึ่งเนื้อเรื่องก็เข้มข้น ชวนติดตามตามสไตล์แดน บราวน์  The Lost Symbol เป็นเนื้อเรื่องต่อเนื่องมาจาก Angels&Demons และ The Da Vinci Code นอกจากเนื้อเรื่องที่เป็นแนวสืบสวนชวนติดตามแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ผมค่อนข้างชอบงานภาคต่อแนวนี้ของแดน บราวน์ ก็คือ การหยิบยกเอาเหตุการณ์ สถานที่ สำคัญๆ ที่มีปรากฏอยู่จริง ทั้งอดีตและปัจจุบัน มาเล่าโดยแฝงเกร็ดความรู้ทางประวัติศาสตร์ของเหตุการณ์และสถานที่เหล่านั้นอยู่เป็นระยะๆ ทำให้คนที่ชอบเรื่องราวเกร็ดความรู้ทางประวัติศาสตร์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จะชอบงานเขียนแนวนี้ของแดน บราวน์ได้ไม่ยาก

หลังอ่านจบ (แบบรวดเดียว) ก็ทำให้ผมนึกเกิดสนใจเรื่องราวประวัติศาสตร์ของไทย ทั้งในแง่ของสถานที่และเหตุการณ์ที่สำคัญๆ และน่าสนใจต่างๆ ในอดีตขึ้นมา เมื่อสัปดาห์ สอง สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมจึงหยิบยืมหนังสือ เกี่ยวกับเรื่องที่ว่า มาจากห้องสมุดของบริษัท

เล่มแรก ชื่อ “วังบ้านฐานถิ่น” โดย เอนก นาวิกมูล  ส่วนเล่มต่อมา ชื่อ “ชุด บันทึกแผ่นดิน ตอน ๑๐๐ เรื่องเก่าเล่าสนุก” โดย โรม บุนนาค ซึ่งทั้งสองเล่มก็มีเรื่องราวและภาพถ่ายสมัยโบราณ ให้ได้อ่าน ได้ดู อย่างน่าสนใจ ชวนติดตามไม่น้อย ผมขออนุญาตยกตัวอย่างเรื่องเล่า เรื่องหนึ่งในหนังสือชุด บันทึกแผ่นดิน ตอน ๑๐๐ เรื่องเก่าเล่าสนุก มาให้อ่านกันเล็กน้อยดังนี้

“บางกะปิย้ายบาง”
เมื่อ ๕๐ – ๖๐ ปีมาแล้ว ถ้าพูดถึงบางกะปิ คนสมัยนั้นจะรู้กันดีว่าเป็นถิ่นที่อยู่ของคนรวย มีคฤหาสน์หลังงามๆ ทันสมัย เรียงรายอยู่สองฟากถนนราดยางที่มีคูน้ำสองข้าง เริ่มตั้งแต่ทางรถไฟตรงสุดถนนเพลินจิตไปจนถึงพระโขนง

ก็ที่เขาเรียกกันเดี๋ยวนี้ว่า “ถนนสุขุมวิท” นี่แหล่ะ

แต่เดี๋ยวนี้ถ้าพูดกันถึงบางกะปิ คนทั่วไปจะรู้กันว่าอยู่ปลายถนนลาดพร้าว แถวที่เขาเรียกกันว่าคลองจั่น ซึ่งที่ว่าการเขตบางกะปิก็อยู่แถวนั้น เป็นการยืนยันว่าบางกะปิอยู่ตรงนั้นแน่

หากใครหลงยุคไปบอกว่า “บางกะปิอยู่แถวถนนสุขุมวิท” เดี๋ยวเรื่องนี้ก็เลยต้องให้ธนาคารกรุงเทพ สาขาบางกะปิ มาช่วยยืนยันว่าตอนนี้ก็ยังอยู่ที่เก่าเหมือนแรกตั้ง คือเลขที่ ๑๘๒ ถนนสุขุมวิท ไม่ได้ย้ายตามบางมาด้วย

ส่วนธนาคารกรุงเทพสาขาที่อยู่ห่างที่ว่าการเขตบางกะปิไปร้อยกว่าเมตรนั้น กลับได้ชื่อว่า ธนาคารกรุงเทพ สาขาคลองจั่นไปฉิบ

นอกจากการหาหนังสือเกี่ยวกับเรื่องราวในอดีตของไทยมาอ่านแล้ว ผมยังมีโอกาสได้ไปเดินดูนิทรรศการภาพถ่ายชุด “ภาพเก่าเล่าเรื่อง” ที่หอศิลป์วัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (http://www.bacc.or.th) มาด้วย ซึ่งบางส่วนก็เคยผ่านตามาบ้างแล้วจากหนังสือของ อเนก นาวิกมูล (คุณเอนก นาวิกมูลเป็นนักสะสมภาพถ่ายและของเก่าตัวยงของเมืองไทย มีผลงานด้านงานเขียนเกี่ยวกับเรื่องเล่า เรื่องราวเก่าๆ ในอดีต อยู่มากมาย)


ภาพจาก molo.me/tetex (ซึ่งถ่ายจากภาพถ่ายในนิทรรศการอีกที)

หลังจากทั้งอ่า่น(หนังสือ) ทั้งดู(ภาพ) มาพอสมควร ผมก็พาลนึกไปว่า อยากให้มีนักเขียนคนไทยสักคน ที่หยิบเรื่องราวต่างๆ ในอดีตที่น่าสนใจ ผูกเรื่องเข้ากับสถานที่ต่างๆ ในเมืองไทย และแต่งพล็อตเรื่องให้ทันสมัยชวนติดตาม แล้วส่งออกไปขายเหมือน นิยายของแดน บราวน์บา้งก็น่าจะดีไม่น้อย เหมือนการหยิบเรื่องเล่าเก่าๆของเมืองไทย มาจับใส่ขวดใหม่ ให้ดูน่าสนใจ น่าติดตาม
ผมคนหนึ่งหล่ะอยากชิม เล่าเก่าในขวดใหม่ ซะแล้วจริงๆ 😉