No.66 ฉบับคนเล่าฝัน

“วิธีจัดการกับความฝัน คือ ลงมือทำให้มันเป็นจริง”  ประโยคคลาสิกของหัวหน้าขบวนการเด็กดื้อ แห่งนิตยสาร a day – วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์  ได้กล่าวไว้ และ ถูกนำมาใช้ quote บ่อยครั้ง ( รวมทั้งครั้งนี้ ด้วย )

ถ้าพูดในมุมธรรมะ หรือ โลกุตรธรรม (คือโลกที่หลุดพ้นไปจากโลกที่เราเป็นอยู่ เน้นมุ่งทำจิตให้เป็นนิพพาน) มนุษย์ส่วนใหญ่ เติบโตมาด้วยการเพาะบ่มกิเลสและตัณหา แต่ถ้าเอาสองคำที่ว่า มาแปลงเป็นภาษาในทางโลกียธรรรมให้สวยๆ ก็คงต้องบอกว่า มนุษย์มีชีวิตอยู่ได้ด้วย ความฝัน และ ความหวัง

แล้วตอนนี้ผมฝันอะไร…

ผมตื่นมาในเช้าที่อากาศ เย็นสบายๆ ลมพัดเอื่อยๆ พอให้รู้สึกได้ถึงลมหนาว ที่พัดมาสัมผัสกายเมื่อเปิดประตูบ้านออกไปยังเฉลียงหน้าบ้าน แดดอ่อนๆ ส่องลอดมาจากช่องเขาด้านซ้ายมือ ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ให้ชุ่มปอด ก่อนกลับเข้าไปในบ้าน เพื่ออาบน้ำอาบท่า เพื่อเตรียมตัวออกเดินทางไปดูแลกิจการเล็กๆ ของตัวเอง ที่อยู่ไ่ม่ไกล

ระหว่างการเดินทาง ผมเปิดกระจก สูดอากาศเย็นๆ ไปได้ตลอดทาง โดยไม่ต้องเปิดแอร์ในรถ มองดูวิถีชีวิตผู้คนริมทาง ทักทายชาวบ้านที่รู้จักมักคุ้นกันบ้าง ยิ้มให้ผู้เฒ่า ผู้่แก่ แม้ไม่เคยพูดคุย แต่ก็เห็นหน้าและยิ้มให้กันบ่อยๆ

ใช้เวลาไม่นานนัก ก็ถึงร้านค้าเล็กๆ (ในตัวเมืองเล็กๆ ของจังหวัดเล็กๆ ที่ผู้คนยังคงสามารถใช้ชีวิตได้อย่างรื่นรมย์ ไม่ต้องสนกระแสสังคมที่พัฒนาไปไกลเกินกว่าจะจิตนาการได้) ที่ผมได้มาก่อร่างสร้างไว้ หลายปีก่อนหน้านี้ ภายในร้านผมแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ ส่วนแรก เป็นมุมหนังสือ ที่ผมได้คัดสรรเลือกเฟ้นมาเป็นอย่างดี และมักจะใช้เวลาเกือบทั้งวันไปกับการสาธยาย พูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น กับลูกค้าขาประจำ เกี่ยวกับหนังสือแต่ละเล่มที่เลือกกันมา ส่วนที่สอง เป็นมุมขายผลิตภัณฑ์แปรรูปต่างๆ ที่เป็นสินค้าออแกนิก ที่ผมรับมาจากแหล่งผลิตซึ่งเป็นคนในท้องถิ่นที่อาศัยอยู่  และส่วนสุดท้าย ก็เป็นมุมร้านอาหารเล็กๆ ประมาณ 4-5 โต๊ะ ไว้สำหรับบริการเสริ์ฟอาหารออแกนิก นั่งทานในร้าน

เวลาว่างระหว่างวัน ในช่วงที่ไม่ค่อยมีลูกค้า ผมก็มักจะเข้าอินเทอร์เน็ต เพื่อตรวจสอบผลการดำเนินงาน ของกิจการที่ผมได้ลงทุนไว้ ว่าเป็นอย่างไร หรือไม่ก็ อัพเดตภาพถ่ายที่ผมมักที่จะใช้เวลาช่วงสุดสัปดาห์ เดินทางไปยังที่ต่างๆ เพื่อสะสมเรื่องราวที่ไปพบเจอมา หรือไม่ก็เข้าไปให้ข้อมูลกับลูกค้าของทางร้าน หรือ ทักทายเพื่อนฝูง ผ่านทางโซเชียลเน็ตเวิร์ค

ตกเย็น ก่อนกลับบ้าน ผมมักจะแวะไปสวนสาธารณะ หรือ สวนสุขภาพ ที่อยู่ไม่ไกลเพื่อวิ่งออกกำลังกายให้ได้เหงื่อเป็นประจำทุกวัน จะมีเว้นว่าง ก็บางวัน ที่ต้องเข้าไปช่วยทำงานอาสา เป็นเจ้าหน้าที่ช่วยจัดกิจกรรมบรรยายธรรมะให้กับประชาชนทั่วไป ภายในศูนย์ปฏิบัติธรรมที่อยู่ในพื้นที่เดียวกันกับสวนสาธารณะ ที่ผมไปออกกำลังกายประจำนั่นเอง

เมื่อถึงบ้าน ในเวลาค่ำๆ ผมก็มักใช้เวลาไปกับการอ่านหนังสือ เขียนเรื่องราวต่างๆ ใส่ เวปบล็อค และก่อนนอนผมก็ไม่ลืมที่จะยิ้ม (^__^)  ให้กับความฝันที่จะถูกทำให้เป็นจริงไปอีกหนึ่งวัน

… ผมเล่าฝันเรื่องหนึ่งของผมจบแล้ว แต่ผมยังไม่ได้ล่าฝัน แบบจริงๆ จังๆ กับเขาเสียที หรือสำหรับบางคน อาจบอกว่า ฝันไม่จำเป็นต้องถูกไล่ล่า หากรู้จักมีความสุขกับสิ่งที่ตัวเอง มี และ เป็นอยู่

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s