No.59 ฉบับวันแห่งการค้นพบ


ภาพโดย surustx

การค้นพบที่ใหญ่ของโลกที่ผู้คนส่วนใหญ่จดจำ มักจะเป็นการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ ที่นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลง หรือ การปฏิวัติอุตสาหกรรมในวงการต่างๆ  ย้อนไปอดีตกาล ตั้งแต่ อะคิมิดิส ร้องยูเรก้า!!! เมื่อเห็นน้ำล้นออกจากอ่างอาบน้ำ  กาลิเลโอ ที่เฝ้าสังเกตความเปลี่ยนแปลงของหมู่ดาวบนท้องฟ้า จนฟันธง ออกมาว่า โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์มิใช่ ดวงอาทิตย์หมุนรอบโลก หรือจะเป็นไอแซก นิวตัน ที่โดนลูกแอปเปิ้ลหล่นใส่หัว จนคิดเรื่องแรงโน้มถ่วงของโลกออกมาได้  เรื่อยมาจนถึง ไอน์สไตน์ ที่คิดทฤษฏีสัมพัธภาพ อันเป็นที่มาของระเบิดปรมาณู

ถ้าวันนี้มีใคร มาถามผมว่า ในบรรดาเหล่านักวิทยาศาสตร์ หรือ ปราชญ์ทั้งหลายในอดีต ใครคือผู้ค้นพบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก … ผมคงต้องเทคะแนนทั้งหมดที่มีให้กับ เจ้าชายสิทธัตถะ ผู้เป็นศาสดาแห่งศาสนาพุทธ ซึ่งวันนี้ (ขึ้น 15 ค่ำเดือน 6 ) เมื่อ สองพันกว่าปีก่อน ท่านได้ค้นพบความจริงแท้แห่งจักรวาล ซึ่งเราเีรียกการค้นพบของท่านว่า “ตรัสรู้”

ที่เรียกว่า ความจริงแท้แห่งจักรวาล เพราะ ว่า กันว่า สิ่งที่ท่า่นได้ค้นพบนั้น ไม่ได้มีแค่เรื่องของการดับทุกข์ แต่ครอบคลุมไปในทุกเรื่อง ที่เป็นกฏธรรมชาติ หรือที่เรียกว่า ธรรมนิยาม 5 ซึ่งท่านได้ค้นพบความจริงที่ก้าวพ้น ความรู้ ต่างๆเหล่านั้น ไปอีก และ เห็นแจ้งแล้วว่า ไม่มีความรู้ใด จะนำสันติสุข มาให้กับมนุษย์ และ โลกใบนี้ได้เท่าการดับทุกข์ในใจเราเอง

วันแห่งการค้นพบที่ยิ่งใหญ่นี้ ได้กลับมาบรรจบครบรอบเพิ่มอีกหนึ่งปี ในวันวิสาขบูชาวันนี้ พุทธศาสนิกชนทั้งหลาย หรือ แม้แต่ผู้คนต่างชาติ ต่างศาสนา ในโลกใบนี้ คงต้องช่วยกันระลึกถึง และ สานต่อเจตนารมณ์ ของผู้ค้นพบ ด้วยการปฏิบัติตัวตามแนวทาง ที่ท่านได้แนะนำไว้  ผมได้แต่หวังว่า หลังจาก ที่พวกเราก้าวพ้นขอบเขตพัทธสีมา เมื่อเวียนเทียนตามประเพณีในวันสำคัญทางศาสนาเสร็จแล้ว เราจะยังไม่ลืมว่า วันนี้เป็นวันอะไร 🙂

Advertisements

No.58 ฉบับหรือปุจฉานี้จะไม่มีวิสัชนา?


“พระอจนะ” ตำนานพระพูดได้ วัดศรีชุม จังหวัดสุโขทัย
ภาพโดย surustx

โบราณกาล เมื่อชาวบ้านมีปัญหา หาคำตอบไม่ได้ ต้องการที่พึ่งทางใจ ก็จะเข้าวัดพนมมือไหว้พระ ขอพรต่างๆนาๆ
บ้างก็ขอฟ้าขอฝน บ้างก็ถามคำถามค้างคาใจ

การถามคำถามกับพระพุทธรูปในโบสถ์ แบบปุจฉา-วิสัชนา บ้างก็ว่าได้คำตอบจากพระพุทธรูปจริงๆ แบบมีเสียงตอบกลับ
บ้างก็ว่าเป็นกลอุบายของคนโบราณ ที่คนขึ้นไปด้านหลังพระประธานและส่งเสียงออกมา
บ้างก็ว่าเป็นคำตอบที่ผู้ถาม ตอบคำถามด้วยใจตัวเอง เป็นเสียงจากภายในใจของผู้ถามเอง

ด้วยสถานการณ์บ้า่นเมืองตอนนี้ หากเราตั้งปุจฉา ว่าผลลัพธ์จะออกมาอย่างไร กับพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์
ผมไม่มั่นใจว่า วิสัชนา ที่ได้จะเป็นเช่นไร

บางคนว่า บางคำถามไม่ต้องการคำตอบ
ผมได้แต่หวังว่า ปุจฉานี้จะมีคำตอบ แม้ว่าท่านอาจจะไม่ค่อยอยากจะวิสัชนาตอบกลับมาก็ตามที 🙂

No.57 ฉบับสวรรค์น้ำเปล่า

ภาพโดย surustx

ตื่นเช้า
ทำงาน
กลับบ้าน
นอน

ตื่นเช้า
ทำงาน
กลับบ้าน
นอน

วัฏจักรชีวิตช่วงนี้ดูเหมือนจะน่าเบื่อ ไร้สีสันและขาดรสชาติน่าดู
ส่วนหนึ่งก็อาจจะมาจากปัจจัยภายนอกที่ไม่มีอะไรหวือหวา น่าตื่นเต้น ผ่านเข้ามากระทบกับประสาทสัมผัสทั้ง 6 ( ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ) มากมายนัก
แต่อีกส่วนหนึ่งกลับพบว่า จริงๆ สิ่งแวดล้อมก็ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อก่อนมากนัก บางเหตุการณ์ออกจะน่าตื่นเต้น ตื่นตกใจ เสียด้วยซ้ำ แต่เป็นเพราะใจตัวเองในช่วงนี้ ที่มองผ่าน รับรู้สิ่งต่างๆ เป็นแค่สิ่งที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และ ดับไปเช่นนั้นเอง ทำให้ไม่รู้สึกตื่นเต้น สุข ทุกข์ไปกับปัจจัยแวดล้อมมากนัก

ในทางโลก อาการแบบที่กล่าวมา คนภายนอกที่พบเห็น อาจมองว่าเป็นอาการ “เบื่อ”
แต่ในทางธรรม อาการแบบเดียวกันนั้น สำหรับคนๆ นั้น เขาอาจมองเป็นอาการ “สงบ”

ผมได้อ่านเจอในนิตยสาร Secret มีพระอาจารย์ที่เขียนคอลัมน์ อยู่ท่านหนึ่ง เปรียบเทียบอาการ “เบื่อ” ทางโลกไว้อย่างน่าฟัง
ท่านเปรียบไว้ประมาณว่า การอยู่แบบเงียบๆ สงบๆ บางทีก็ดูน่าเบื่อ ถ้าเปรียบกับน้ำ ก็เหมือนน้ำเปล่า ที่ขาดรสชาติ และ สีสัน
แต่ถ้าพิจารณาให้ดี น้ำเปล่ากลับมีคุณลักษณะที่สะอาด ใส บริสุทธิ์ เมื่อดื่มแล้วไม่เกิดโทษกับร่างกาย แถมยังให้ความชุ่มชื่น แก้กระหายได้ดีอีกด้วย

ในยามที่เราอยู่ในการเดินทางที่ยากลำบาก บนหนทางที่อากาศร้อน และ ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก การได้ดื่มน้ำเปล่า สัก ขวด อาจทำให้เรารู้สึกเหมือนได้ขึ้นสวรรค์

เมื่อเหตุการณ์ผ่านไป น้ำเปล่าขวดนั้น ก็ยังเป็นขวดเดิม แต่น้อยคนนัก ที่คิดจะหยิบมันขึ้นมาดื่มในยามที่เราสะดวก สบาย และไม่ร้อนกระหาย แต่กลับนิยมชมชอบการดื่มน้ำเมา หรือ น้ำอัดลม ที่มีสีสัน และ รสชาติดึงดูดใจ

ผมเกิดคำถามขึ้นในใจ
สวรรค์อยู่รำไร เหตุไฉนเราไม่ฉวยมาดื่ม
หรือเป็นไปได้ว่า…สวรรค์ของคนเราหน้าตามันไม่เหมือนกัน 🙂