No.46 ฉบับเบญจรงค์ใหญ่ที่สุดในโลก

ได้ดู a day tv ตอน เที่ยวไป คิดไป กับอาจารย์ยงยุทธ จรรยารักษ์ ช่วงที่เป็น top5 อาจารย์พูดถึง วัดราชบพิธ ซึ่งสร้างด้วยกระเบื้องเบญจรงค์รวมกันเป็นชิ้นเดียวทั้งวัด ทำให้กลายเป็นเบญจรงค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยปริยาย…ดูแล้วก็นึกได้ว่า ตอนที่ไปเดินดูร้านหนังสือ ศึกษิตสยาม เมื่อปลายๆปีก่อน พกกล้องตัวเล็กติดตัวไปด้วย ตอนเดินผ่านวัดราชบพิธ ก็เลยได้รูปมานิดหน่อยไปคุ้ยๆ มาโพสให้ดูกันครับ

P1000074

P1000082

P1000076

ดูอาจารย์ยงยุทธบรรยายแล้วทำให้อยากเที่ยวกรุงเทพฯขึ้นอีกเป็นกอง สงสัยต้องลองเที่ยวไป คิดไป กันดูบ้าง 🙂

No.45 ฉบับใจฉันเป็นของเธอ

เปล่าหรอกครับ ผมไม่ได้กำลังพูดถึงเพลง ใจฉันเป็นของเธอ ของบอยพีชเมคเกอร์ แต่กำลังพูดถึงเพลงฮิตติดชาร์ตเพลงต่างประเทศ (น่าจะฮิตมานานแล้ว) แต่ผมเพิ่งรู้จัก… รู้จักชื่อเพลงและคนร้องผ่านน้องที่เป็นกัลยาณมิตรคนหนึ่งส่งไปรษณีย์อิเลคทรอนิกส์ มาให้ลองฟัง หลังจากคุ้นๆ หูผ่านทางวิทยุมาสักพักแล้ว

เพลงที่ว่า ก็คือเพลง I’m yours ของ Jason Mraz ( โปรดอ่านวิธีการออกเสียงชื่อนักร้องหนุ่มรูปงามคนนี้ พร้อมประวัติโดยสังเขปได้ที่นี่ http://en.wikipedia.org/wiki/Jason_Mraz )

ด้วยพื้นฐานภาษาอังกฤษที่ห่างไกลเกินจะนับญาติว่า เป็นภาษาแม่ ( ไกลเกินว่าจะนับเป็นลุง ป้า น้า อา อีกทีเดียว)  ผมเลยแปลความหมายของเพลงได้ไม่ ร้อยเปอร์เซ็นต์ ก็เลยพยายามใช้อารมณ์และความรู้สึกในการรับสารจากเพลงนี้เป็นหลัก ผมว่า เพลงนี้ฟังสบายๆ คลายเศร้าและเหงาได้ดีทีเดียว เผลอๆ ช่วงเทศกาลแต่งงานในฤดูหนาวปีนี้ เราอาจได้ยินเพลงนี้ในงานแ่ต่งกันบ่อยๆ ก็เป็นได้ ( ผมเดาเอา )

ฉบับนี้เอาคลิปกับเนื้อเพลงของ I’m yours มาฝากครับ

คลิปแรกแสดงสด (น่าจะที่เกาหลี ดู subtitle กับบรรยากาศคนดูเอา )
http://www.youtube.com/watch?v=LYhrYHmUPn0

คลิปที่สองไม่ใช่เจ้าตัวร้อง แต่เป็นเวอร์ชั่น cover แบบฉบับ bedroom studio แท้ๆ ( ดูบรรยากาศแล้ว ห้องนอนจริงๆ ) โดยสาวเสียงดีคนหนึ่ง
http://www.youtube.com/watch?v=dQz0U6LV-ME
น้องๆ สาวๆ บ้านเราน่าจะเอาเป็นแบบอย่างนะเนี่ย คลิปแบบนี้ เท่กว่า คลิปอีกแบบที่มักจะถ่ายจากในห้องนอนเหมือนกัน เยอะเลย

Artist : Jason Mraz
Album : We Sing. We Dance. We Steal Things.
Title : I’m yours

Well, you done done me and you bet I felt it
I tried to be chill but your so hot that i melted
I fell right through the cracks, and i’m tryin to get back
before the cool done run out i’ll be givin it my best test
and nothin’s gonna stop me but divine intervention
I reckon it’s again my turn to win some or learn some

I won’t hesitate no more,
no more, it cannot wait i’m yours

Well open up your mind and see like me
open up your plans and damn you’re free
look into your heart and you’ll find love love love
listen to the music at the moment maybe sing with me
Ah, la peaceful melody
It’s your god forsaken right to be loved loved loved loved Loved

So, i won’t hesitate no more,
no more, it cannot wait i’m sure
there’s no need to complicate our time is short
this is our fate, i’m yours

I’ve been spendin’ way too long checkin’ my tongue in the mirror
and bendin’ over backwards just to try to see it clearer
my breath fogged up the glass
and so I drew a new face and laughed
I guess what I’m a sayin’is there ain’t no better reason
to rid yourself of vanity and just go with the seasons
it’s what we aim to do
our name is our virtue

I won’t hesitate no more, no more
it cannot wait, i’m sure
(there’s no need to complicate
our time is short
it cannot wait, i’m yours

no please don’t complicate, our time is short
this is our fate, im yours.
no please don’t hesitate no more, no more
it cannot wait, the sky is yours!)

well open up your mind and see like me
open up your plans and damn you’re free
look into your heart and you’ll find love love love love
listen to the music of the moment come and dance with me
ah, la one big family
it’s your god forsaken right to be loved, loved, loved, loved
open up your mind and see like me
open up your plans and damn you’re free
look into your heart and you’ll find love love love love
listen to the music of the moment come and dance with me
ah, la happy family
it’s our god forsaken right to be loved loved loved loved
listen to the music of the moment come and dance with me
ah, la peaceful melodies
it’s you god forsaken right to be loved loved loved loved…

No.44 ฉบับ3.5MB Whatever will be, will be

เมื่อสัปดาห์ก่อน ผมมีบททดสอบที่จะ้ต้องใช้ทักษะด้านการแก้ปัญหาชีวิต มาช่วยคลายปมให้กับปัญหาเรื้อรัง และ ค้างคาใจสมาชิกในครอบครัวมานับยี่สิบปี ได้ใช้ทั้งทักษะทางโลกคือการคำนวณเรื่องเงินๆ ทองๆ และ ทักษะทางธรรม คือการปล่อยวางจากอัตตา และมองปัญหาอย่างเป็นกลาง

เรื่องของเรื่องคือ ผมต้องสวมบทบาทเป็นนักเจรจาต่อรอง เพื่อตกลงผลประโยชน์กับหุ้นส่วน(ชีวิต) ของแม่ เหตุเพราะหุ้นส่วนต้องการแยกตัวออกไปเป็นอิสระ และอยากได้เงินลงทุนที่ได้สั่งสมร่วมกันมาราว 40 กว่าปีออกไปเป็นทุนในการตั้งต้นชีวิตและกิจการใหม่  ผมพยายามพูดคุยโดยอาศัยหลักการ(ที่ยังอ่านไม่จบ แต่ต้องมาใช้ซะก่อน) สุนทรียสนทนา เข้ามาเป็นตัวช่วย ซึ่งก็ได้ผลเป็นอย่างดี เพราะตลอดการพูดคุย เราไม่มีการตะโกนใส่หน้ากัน ไ่ม่มีการด่าทอกันอย่างหยาบคายเกินไปนัก ( นั่นหมายความว่า ก็พอมีออกมาบ้าง )

ผลสรุปของการสนทนา ทางฝ่ายที่ผมเป็นตัวแทน ( ซึ่งก็รวมผมอยู่ด้วย ) ต้องหาเงินมาซื้อหุ้น( ในกิจการร้านค้าของครอบครัว ) คืนที่จำนวน สามล้านห้าแสนบาทถ้วน ( =3,500,000= ) ซึ่งคิดคำนวณจากมูลค่าตลาดของบ้านที่ใ้ช้เป็นหน้าร้านขายของอยู่ปัจจุบัน หาร ครึ่ง  ผลออกมาแบบนี้ ทำให้ผมมีทางเลือกอยู่ 2 ทางที่คิดออก 1.กู้เงินมาเพื่อซื้อหุ้นคืน 2.ขายสินทรัพย์ออกไปแล้วแบ่งกันตามสัดส่วน 50:50  ซึ่งเป็นผลที่ผมไม่ได้คาดหมายว่าจะออกมาแบบนี้ เพราะผมคิดว่า ทางหุ้นส่วนจะรับข้อเสนอที่เป็นการจ่ายเงินคืนแบบบำนาญเป็นรายสัปดาห์ตามที่ผมวางแผนไว้ แต่กลับตาลปัตร กลายเป็นอยากได้เงินก้อนเหมือนบำเหน็จ

ผมใช้เวลาหลังจากนั้นประมาณ 2-3 ชั่วโมงระหว่างไปเดินห้างเพื่อทำธุระ และ พักผ่อนเหมือนทุกสัปดาห์กับครอบครัว ในการคิดหาคำตอบให้กับโจทย์ชีวิตข้อนี้ ซึ่งหลังจากหาเหตุผล และได้พูดคุยกับทุกคนที่มีส่วนได้เสียแล้ว ก็ได้คำตอบว่า เราจะขายสินทรัพย์ออกไป เพราะไม่อยากก่อหนี้ในช่วงนี้ และผมก็ได้แจ้งคำตอบกับหุ้นส่วนไปในค่ำวันนั้น….

เหตุการณ์ต่อจากนั้นอีกไม่นาน ก็กลับตาลปัตร ไปเป็้นแบบที่ผมคาดหมายเอาไว้ ( จนได้ )  ก็คือ หุ้นส่วนขอใช้สิทธิในการรับบำนาญไปก่อนเนื่องด้วยเหตุผลหลายๆประการของทางหุ้นส่วนเอง ผมจึงได้มีเวลาหายใจและมีเวลาไตร่ตรองหาวิธีที่จะหาเงิน 3.5 ล้านใหม่อีกครั้ง

ผ่านมาหนึ่งสัปดาห์ ผมก็ยังไม่ได้หนทางใหม่ในการหาเงิน ได้แต่ปล่อยให้เวลาผ่านไป และแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปตามเหตุการณ์ก่อน แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร มาถึงวันนี้ ผมรู้สึกว่า ผมได้เติบโตด้านจิตใจขึ้นจนคิดว่า สามารถปล่อยวางความรู้สึกและมองทุกอย่างอย่างที่มันจะเป็นได้แล้ว เหมือนเพลงที่ไทยประกันชีวิตนำมาใช้ในภาพยนตร์โฆษณาตัวล่าสุด (ที่มีคนชมว่าทำได้ดีมากมาย ทั่วบ้านทั่วเมืองจนเป็น talk of the town) นั่นคือ Whatever will be, will be  หรือ อะไรที่มันจะเกิด ก็ต้องเกิด…. เพราะมันเป็นเช่นนั้นเอง 🙂