No.37 ฉบับครอบครัวข้าวผัด

หากใครเคยได้ฟังเพลง นายไข่เจียว ของวงเฉลียงมาบ้าง คงจะพอนึกเนื้อร้องได้ ประมาณว่า มีชายคนหนึ่ง ทำไข่เจียวอร่อยมาก (และทำเป็นอยู่อย่างเดียว) ทำจนชำนาญ จนเปิดร้านขายแต่เมนูขายเจียว ไม่รู้ด้วยอิทธิพลของเพลงนี้ หรือ ด้วยความที่ข้าวไข่เจียวเป็นเมนูยอดฮิต (และสิ้นคิด ) ที่ติดชาร์ต มายาวนาน จนเป็นตำนาน ก็ไม่ทราบได้ เราจึงมักจะเห็นร้านขายข้าวรถเข็นเล็กๆ ตามถนนข้าวสาร หรือ ตามเทศกาลงานต่างๆ ที่ขายแต่เมนูไข่เจียวอย่างเดียว กันอย่างมากมาย

และหากจะหาคู่แข่งเมนูยอดฮิต ติดชาร์ต ที่สูสี คู่คี่ ชนิดหายใจลดต้นคอกัน ก็หนีไม่พ้น ข้าวกระเพราไข่ดาว กับ ข้าวผัด ซึ่งพูดถึงเมนูข้าวผัดแล้ว ผมก็มีร้านมาแนะนำอยู่ร้านหนึ่งเป็นร้านรถเข็นในตลาดขายอาหารตรงหน้าทางเข้าหมู่บ้าน พระปิ่น 3 ริมถนน ตลิ่งชัน สุพรรณบุรี ( หรือ กาจญาภิเษก ) ความพิเศษของร้านนี้ อยู่ตรงที่ ขายเฉพาะเมนูข้าวผัดอย่างเดียวครับ หากใครเผลอไปสั่ง ข้าวไข่เจียว หรือ ข้าวกระเพราไก่ คงจะโดนค้อนด้วยสายตาจากคนขายแน่ๆ

และพูดถึงแนวทางการตลาดของร้านนี้ จะว่าเป็น nich market หรือตลาดแคบๆ ขายแบบเจาะจงเมนู ก็คงไม่ได้ เพราะจะว่าไป ถึงร้านอื่นทั่วไปที่ขายอาหารตามสั่ง ผมว่า เมนูข้าวผัด ก็น่าจะอยู่ในอันดับ best seller ต้นๆ อยู่ดี เลยกลายเป็นว่า ได้ทั้ง nich market คือพวก แฟนพันธุ์แท้ข้าวผัด และ mass market คือพวกไม่ค่อยชอบคิดเมนูแบบสร้างสรรค์อะไรมาก มีให้สั่งเยอะแยะ ก็สั่งแต่ กระเพราไก่ ไข่ดาว หรือไม่ก็ข้าวผัด

ส่วนเมนูของร้านนี้นั้น ก็แน่นอนต้องยืนพื้นที่ความเป็นข้าวผัด แต่เราสามารถเลือกออปชั่น (เหมือนกินไอศครีมแล้วเลือกท็อปปิ้ง ) ได้ว่าจะเป็นข้าวผัดอะไร แต่ด้วยความที่พื้นเพของร้านมาจากการขายข้าวผัดปูเป็นหลัก ออปชั่น จึงออกไปทางตระกูลที่ไม่ธรรมดา คือจะไม่มี หมู หรือ ไก่ แต่จะเป็นพวก ปู กุ้ง ทะเล เบคอน แฮม กุนเชียง แทน แล้วแต่เราจะเลือกให้เขาผสมลงไป

หากแวะเวียนผ่านไปแถวนั้นตอนเย็นๆ ก็ลองแวะไปชิม ร้าน ครอบครัวข้าวผัดกันได้นะครับ

ปล. จริงๆ มีชื่อร้าน แต่ผมเรียกให้คล้าย นายไข่เจียว เพราะร้านนี้เขาขายกันเป็นครอบครัวครับ 🙂
firerice

Advertisements

No.36 ฉบับเสพสื่อกระแสรอง

ในชีวิตประจำวันของคนเรานั้น สิ่งที่เกื้อหนุนให้ดำรงชีวิตอยู่ได้ นอกจากปัจจัย สี่ ได้แ่ก่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และ ยารักษาโรคแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน ก็คือ การรับรู้ข้อมูลข่าวสาร หรือ เรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้น สำคัญจนเราเรียกกันว่า การบริโภคข้อมูลหรือสื่อ

หากการรับรู้เพียงเพื่อรับทราบความเป็นไป หรือ เพื่อเพิ่มเติมสาระความรู้ใส่สมอง แต่พอเหมาะ ก็คงเรียกได้ว่า บริโภค แต่พอควร แต่ ถ้าถึงขั้นเรียกได้ว่า “เสพ” นั้น คงมีความหมายโดยนัยออกไปทางลบสักหน่อย

แต่ผมรู้สึกว่า ทุกวันนี้ ผมคงเข้าไปถึงขั้นเสพ แล้วกระมัง เพราะตั้งแต่ตื่นเช้า ขับรถมาทำงาน จนกระทั่งก่อนเข้านอน ข้อมูลข่าวสาร ต่างพรั่งพรู มาสู่สมอง อย่างเอาเป็นเอาตาย จนมีความรู้สึกว่า คงต้องเลือกเสพ เป็นบางอย่าง บ้างซะแล้วสิ

ผมเองเป็นผู้เสพทั้งสื่อกระแสหลัก และ กระแสรอง ซึ่งสื่อกระแสหลัก ก็คงประมาณ รายการข่าวทางฟรีทีวีทั่วไป ละครโทรทัศน์ฮิตๆ หรือ วาไรตี้เกมโชว์ต่างๆ  ถ้าเป็นพวกสิ่งพิมพ์ก็คงประมาณ หนังสือพิมพ์รายวัน หัวสี ทั่วไป  แต่ที่เว้นไว้หน่อย ก็คงพวกนิตยสารบันเทิงแนว gozzip ดารา ที่ไม่ค่อยชอบอ่านสักเท่าไหร่ หรือ สื่อกระแสหลักพวกสุดท้่ายก็คงเป็น เวบไซท์ต่างๆ ที่เข้าบ่อยๆ ก็คงไม่พ้น pantip.com

มายุคนี้ ที่ใครๆ ก็พร่ำบ่น กันว่า สื่อกระแสหลัก ส่วนใหญ่จะไม่เป็นกลาง หรือ มักจะเสนอเรื่องราวตามกระแสสังคม โหมกระหน่ำข้อมูลข่าวสารไปในเรื่องที่คนหมู่มากสนใจ ( ซึ่งในความเป็นจริง ยังมีเรื่องราวอีกมากมายในสังคม ที่ควรจะไปใส่ใจกันมากกว่านี้ ) ผมก็เลยพยายามหาสื่อกระแสรอง หรือ บางอย่างก็เรียกได้ถึงขั้นว่า นอกกระแส มาลองลิ้มชิมรส กันอยู่เป็นระยะๆ

ตัวอย่างสื่อนอกกระแสรองที่ผมเสพอยู่ทุกวันนี้ ก็เช่น
รายการโทรทัศน์  – ส่วนใหญ่จะเป็นรายการของดำเนินการผลิตโดย ทีวีบูรพา เ่ช่น รายการ คน ค้น ฅน  กบนอกกะลา ที่ชอบมากๆ แต่เลิกออกอากาศไปแล้วก็ รายการแผ่นดินไท ( ล่าสุด น่าจะมีการผลิตรายการแนวคล้ายๆกัน ชื่อ หมู่บ้านฐานไท ทาง NBT )
หนังสือ – ช่วงนี้ก็มักจะหาซื้อหนังสือ จากสำนักพิมพ์ ที่เป็นเครือข่ายหนังสือ ทางเลือก เช่น สำนักพิมพ์ สวนเงินมีมา (www.suan-spirit.com ) สำนักพิมพ์ โกมลคีมทอง (www.komol.com)  เป็นต้น
เวบไซท์ – ระยะหลัง ก็หันมาเสพเรื่องราว เกี่ยวกับ สังคม และ สิ่งแวดล้อมมากขึ้น เช่น http://www.lonelytrees.net  เป็นเวบของทรงกลด บางยี่ขัน บรรณาธิการ a day  หรือ จะเป็น http://www.midnightuniv.org เวบไซท์ ของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ซึ่งร่วมกันก่อตั้งโดยคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ ศ.ดร.นิธิ เอี่ยวศรีวงศ์  ซึ่งจะมีบทความที่วิพากษ์ วิเคราะห์ วิจารณ์ ความเป็นไปในสังคมและการเมืองอย่างมีเหตุ มีผล และ เห็นความเชื่อมโยงถึงประวัติศาสตร์ เหตุปัจจัยของเรื่องราวต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

หากวันนี้ ใคร ชักจะเบื่อๆ กับสื่อกระแสหลัก รองหันมาลองเสพ สื่อกระแสรอง กันดูนะครับ เผื่อจะเป็นสื่อทางเลือก ให้เราได้รู้สึกว่ามีอิสระในการเสพกันบ้างเนอะ

No.35 ฉบับในวันที่เราต้องไกลห่าง จะ ไว้ใจ๋ได้กา

ช่วงนี้นอกจากบันทึกเรื่องเิดินทางไปไหนมาไหนแล้ว ก็ไม่ค่อยได้คิดพล็อตอะไรออกมาเขียนเลย ขอแวะกลับมาเขียนเรื่องเพลงอีกสักหน ก่อนหน้านี้เคยเขียนเกี่ยวกับคู่เพลง ( ซึ่งไม่ใช่เพลงคู่ ฮ่า ) ที่มีแบบแผนของเพลงคล้ายๆกันไปทีหนึ่ง รู้สึกจะเป็นเพลงของโต๋ กับ เบริ์ดธงชัย มาคราวนี้ หลังจากได้ฟังเพลงในรถ ก็นึกขึ้นได้อีกหนึ่งคู่

โดยคราวนี้เป็นเพลงของนักร้องหญิงบ้าง เนื้อหาของคู่เพลงนี้ จะเกี่ยวกับ การรำพึงรำพัน ของหญิงสาวเมื่อต้องห่างไกลจากชายหนุ่มที่รัก จะว่าไป ก็เป็นการรำพึง ในลักษณะ ตัดพ้อ เชิงขู่นิดๆ ฟังแล้วน่ารัก อมยิ้มดีครับ ขอทำตัวเป็นดีเจเลือกเพลงมาให้ฟังอีกสักครั้งเนาะ
เอาเนื้อเพลงมาแปะ หา link มาให้กดฟังดูกันข้างล่างนี้แล้วครับ

เพลง ไว้ใจ๋ได้กา
ศิลปิน ลานนา คัมมินส์

http://www.ijigg.com/songs/V2FAGAFP0

แต่ก่อนแต่ไร ไปแอ่วต่างได๋กัน
เฮาก็ไปโตยกัน ตึงวันแสนม่วนใจ๋
พอพบฮู้จักสาวชาวกรุงบ่เต้าใด
อ้ายก็ไปเอาอกเอาใจ๋แต่เขา

แค่เพียงบ่เมิน เชื่อกำเปิ้นแล้วกา
ฮู้จักเพียงหน้าตา ฮู้ใจ๋เปิ้นหรือเปล่า
ตึงวันเปิ้นมีป้อจายมาคอยเฝ้า
เปิ้นจะอี้แล้วคงบ่ดีไปไว้ใจ๋

เคยกิ๋นผักกาดจอ บ่เคยกิ๋นพิซซ่า
หากว่าลงต๊องจะยะจะได
เปิ้นบ่ไจ้คนเมือง บ่เมินหากเปิ้นลาไกล
อ้ายจะอู้จะได้บ่ออก

ก็บ่ได้หวง ทวงอะหยังวุ่นวาย
เป็นแต่เพียงเสียดาย ข้ากลัวอ้ายโดนหลอก
เปิ้นกึ้ดกับอ้ายจะไดก็บ่บอก
เป็นจะอี้แล้วอ้ายจะไว้ใจได้กา

ปากแดงๆ จะไว้ใจได้กา
หน้าสวยๆ จะไว้ใจได้กา
แก้มขาวๆ จะไว้ใจได้กา
ตาหวานๆ จะไว้ใจได้กา
ใส่เอวลอย จะไว้ใจได้กา
นุ่งสั้นๆ จะไว้ใจได้กา
อยู่เมืองไกล จะไว้ใจได้กา
บ่ไจ้ข้าเจ้า จะไว้ใจได้กา

ปากแดงๆ จะไว้ใจได้กา
หน้าสวยๆ จะไว้ใจได้กา
แก้มขาวๆ จะไว้ใจได้กา
ตาหวานๆ จะไว้ใจได้กา
ใส่เอวลอย จะไว้ใจได้กา
นุ่งสั้นๆ จะไว้ใจได้กา
อยู่เมืองไกล จะไว้ใจได้กา
บ่ไจ้ข้าเจ้า จะไว้ใจได้กา

เพลง ในวันที่เราต้องไกลห่าง
ศิลปิน ลุลา

http://www.ijigg.com/songs/V2B7470BPB0

ในวันที่เราต้องไกลห่าง ในวันที่เธอนั้นอ้างว้าง
อยากให้รู้ว่ารักไม่เคยห่าง ใจฉันอยู่ข้างๆ เธอ
ในวันที่เราต้องไกลกัน ข้างกายของเธอไม่มีฉัน
เธออาจพบใครๆ แล้วไหวหวั่น ขอเธอนั้นอย่าปันหัวใจ

มองได้แต่อย่าชอบ เพราะมันจะทำให้ใจฉันบอบช้ำ
คุยได้แต่อย่านาน อย่าสร้างความผูกพันให้ใจฉันไหวหวั่น
สนิทได้แต่อย่ามาก เดี๋ยวมันจะเกินมากกว่าเป็นเพื่อนกัน
ที่ไม่ได้ และขอไว้นะ คือรักที่ให้ฉันเธออย่าปันให้ใคร

ในวันที่เราต้องไกลห่าง ใจอาจหวั่นไหวและเคว้งคว้าง
แต่ขอให้รักมั่นคงไม่เหินห่าง ไม่จืดจาง วางใจต่อกัน
ในวันที่เราต้องไกลกัน ข้างกายของเธอไม่มีฉัน
เธออาจพบใครๆ แล้วไหวหวั่น ขอเธอนั้นอย่าปันหัวใจ

มองได้แต่อย่าชอบ เพราะมันจะทำให้ใจฉันบอบช้ำ
คุยได้แต่อย่านาน อย่าสร้างความผูกพันให้ใจฉันไหวหวั่น
สนิทได้แต่อย่ามาก เดี๋ยวมันจะเกินมากกว่าเป็นเพื่อนกัน
ที่ไม่ได้ และขอไว้นะ คือรักที่ให้ฉันเธออย่าปันให้ใคร

มองได้แต่อย่าชอบ เพราะมันจะทำให้ใจฉันบอบช้ำ
คุยได้แต่อย่านาน อย่าสร้างความผูกพันให้ใจฉันไหวหวั่น
สนิทได้แต่อย่ามาก เดี๋ยวมันจะเกินมากกว่าเป็นเพื่อนกัน
ที่ไม่ได้ และขอไว้นะ คือรักที่ให้ฉันเธออย่าปันให้ใคร