No.32 ฉบับจดหมายเหตุซิดนี่ย์ วันที่ห้า

เช้าวันที่ 19 ธันวาคม 2008 คณะของเรามีโปรแกรม Day trip นั่งรถไฟไปท่องเที่ยวที่ Blue Mountains ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เป็นทิวทัศน์ของภูเขา หน้าผา และทางเดินศึกษาธรรมชาติ โดยมีจุดขายเป็นหน้าผาหิน เป็นแท่งแยกออกจากกัน 3 แท่ง ถูกเรียกขานให้ผูกเรื่องกับตำนาน ว่า เป็น Three Sisters หรือ หินสามพี่น้อง นั่นเอง

Blue Mountains อยู่ห่างจากตัวเมืองซิดนี่ย์ออกไปทางตะวันตก ใช้เวลาเดินทางโดยรถไฟระหว่างเมืองประมาณ 2 ชั่วโมง ซึ่งเส้นทางรถไฟระหว่างเมืองหรือ inter city นั้นก็เป็นเส้นเชื่อมต่อกับ CityRail โดยเรานั่ง CityRail จากสถานี CIRCULAR QUAY มาลงที่สถานี CENTRAL เพื่อต่อรถไฟระหว่างเมืองไปยัง Blue Mountain ซึ่งสถานีปลายทางที่เราต้องลงก็คือ สถานี KATOOMBA โดยเราสามารถซื้อตั๋วไปกลับ ใบเดียว ได้เลยตั้งแต่สถานี CIRCUlAR QUAY

เมื่อถึง KATOOMBA เราได้รับคำแนะนำจาก guide book ต่างๆให้ไปติดต่อซื้อทัวร์ 1 Day Trip ที่ Booking Office ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟเท่าไหร่ เรียกว่า ตั้งดักรอ คนที่ขึ้นมาจากอุโมงค์ทางเดินออกจากสถานีรถไฟกันเลยทีเดียว สิ่งที่เราจะได้เมื่อซื้อทัวร์ 1 Day Trip ก็คือ Guide Book 1 เล่มซึ่งใช้เป็น ตั๋วในการขึ้นรถ explorer bus  แนบมากับ ตั๋วขึ้น Scenic Skyway  Scenic Railway และ Scenic Cableway

เรามากันถึงเร็ว จึงได้ขึ้น Explorer bus เที่ยวแรกของวันเลย Explorer bus นั้นจะวิ่งเป็นวงกลมรอบๆ แหล่งท่องเที่ยวภายใน Blue Mountain โดยจะมีคนขับรถอัธยาศัยดี คอยให้คำแนะนำจุดจอดรถต่างๆ ว่า ที่นั่น ที่นี่ มีอะไรน่าสนใจ เมื่อเราลงไปชมจุดท่องเที่ยวเหล่านั้นแล้ว เราสามารถคอย Explorer bus คันถัดไป ที่จะมารับเราไปยังจุดอื่นตามตารางเวลา ที่บอกไว้ที่จุดจอดอย่างชัดเจน

เราใช้เวลาท่องเทีี่ยวตามจุดต่างๆ กันอยู่ประมาณ 3-4 ชั่วโมง ตกประมาณ บ่ายสองโมงกว่าๆ ก็เดินทางกลับ ซึ่งเมื่อกลับมาถึงซิดนี่ย์ เราก็แยกย้ายกันกลับเข้าที่พัก โดยนัดหมายกันว่า วันพรุ่งนี้ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่ซิดนี่ย์ของคณะเรา จะไปเล่นดูตลาดนัดวันหยุดที่ย่าน The Rock กัน ผมเข้าไปเก็บสัมภาระที่ห้องแล้วออกมาเดินเล่นที่สวนสาธารณะ Royal Botanic โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ การเดินไปเก็บภาพ SYDNEY OPERA HOUSE ที่มี HARBOUR BRIDGE เป็นฉากหลัง ในมุมที่เล็งไว้ตั้งแต่ วัน สอง วันก่อนหน้านี้

เมื่อดูนาฬิกา ก็พบว่าใกล้เวลาที่ประตูสวนสาธารณะ จะปิดอีกไม่ถึงชั่วโมงนี้แล้ว ผมจึงต้องเร่งฝีเท้าเดินไปยังจุดที่จะถ่ายภาพ และด้วยเวลาเย็นแบบนั้น ทำให้แสงอาทิตย์แทบจะไม่มีลอดมาส่องวัตถุให้ดูมีมิติ ขึ้นมาเลย ผมเลยจำยอมที่จะต้องได้ภาพที่ปรารถนามาในรูปแบบที่แข็งๆ แต่ก็ถือว่าดีกว่า ไม่ได้ถ่าย เพราะครั้นจะรอให้มีแสง ก็คงต้องตีตั๋วมาใหม่ในวันอื่นๆ ซึ่งก็ไม่น่าจะหาโอกาสมาได้ง่ายๆ เหมือนกรุงเทพฯ เชียงใหม่

วันสุดท้ายของการเดินทางเป็นอย่างไร ขอเก็บไว้สรุปตอนหน้านะครับ 🙂

ปล. รายละเอียดเพิ่มเติมของการทัวร์ Blue Mountains ดูกันได้ที่ http://www.explorerbus.com.au ครับ

Advertisements

No.31 ฉบับจดหมายเหตุซิดนี่ย์ วันที่สอง สาม สี่

กำหนดการอบรมของไอบีเอ็มเริ่มต้นกันในเช้าวันที่ 16 ธันวาคม 2551 เราตื่นกันแต่เช้า หาอะไรรองท้องกัน กันเสร็จก็เดินไปยัง ตึก CLIFTONS ซึ่งเป็น อาคารสำนักงาน ให้เช่า ซึ่ง ไอบีเอ็ม ซิดนี่ย์ ก็มาเช่าสถานที่ของตึกนี้ในการจัดอบรมเหมือนกัน

เมื่อไปถึงห้องเรียน เราได้พบกับ Mr.Peter Crowhurst ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของไอบีเอ็ม แต่เป็นไอบีเอ็ม เมลเบิร์น บินตรงมาเป็น instructor ให้เราถึงซิดนี่ย์กันเลยทีเดียว

Peter เป็นชายวันกลางคน ดูใจดี เขาแนะนำตัวเองว่า เขาไม่ใช่ instructor มืออาชีพ เพราะเขาเองก็เป็น specialist และเป็นคนที่ลงมือปฏิบัติเป็นหลักซะมากกว่า เราใช้เวลากันสักพักกว่าจะปรับหูให้ฟังสำเนียงออสซี่ ของ Peter ได้เข้าใจ เพราะหลายๆคำ จะต่างไปจากที่คุ้นๆ หู เช่น ตัว a เขาก็จะออกเสียงเป็นตัว i ทำให้การสื่อสารกันในช่วงแรกๆ ดูจะขลุกขลักบ้าง ดีที่ Peter เป็นคนใจดี พยายามจะเข้าใจสิ่งที่เราสื่อสาร และ เราก็พยายามจะเข้าใจสิ่งที่ Peter สื่อสารเหมือนกันนะ 555

เมื่อถึงช่วงพักกลางวัน เราออกไปทานอาหารกันที่ศูนย์อาหารใกล้ๆ กับตึกที่เราอบรม โดยทาง CLIFTONS ได้จัดคูปองให้กับคนที่อบรม ( รวมคนสอนด้วย ) ได้นำไปแลกอาหารในร้านอาหารและกาแฟในร้านกาแฟ ซึ่งอยู่ในรายชื่อที่ทาง CLIFFONS กำหนดไว้ได้ โดยวันแรกผมเลือกเป็นข้าวราดผัดผักของร้านอาหารจีนในศูนย์อาหารนั้น

เรากลับเข้ามาอบรมกันต่อจนหมดวัน หลังเลิกเรียนวันนั้น เราได้ลองระบบขนส่งในเมืองซิดนี่ย์แทบจะทุกชนิดตั้งแต่ City Rail   Monorail และ Trams แม้กระทั่งรถเมล์เราก็ขึ้น เย็นวันนั้น เราจบวันด้วยอาหารค่ำที่ร้าน SEOUL RIA ร้านอาหารเกาหลี ซึ่งอยู่ใกล้กับสี่แยก ถนน Goulburn ตัดกับถนน GEORGE เป็นมื้อค่ำที่อิ่มเอามากๆ จากนั้นจึงตัดสินใจเดินกลับโรงแรมกัน และแยกย้ายกันพักผ่อน

วันต่อมา( 17 ธันวาคม 2551 )เราเริ่มต้นวันด้วยมื้อเช้าที่คาเฟ่ ตรงข้ามกับโรงแรม เป็นอาหารเช้าง่ายๆ เหมือนกับวันแรก วันที่สองเราเริ่มคุ้นเคยกับ Peter และเวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วเพราะวันนี้ เราเน้นการทำ Lab กันซะมากกว่า เรียนเสร็จเราก็พากันไปเดินเล่นที่สวน BOTANIC ซึ่งอยู่ใกล้ๆกับ OPERA HOUSE ผมเล็งๆ มุมถ่ายรูปเอาไว้ ตรงจุดที่จะสามารถเห็น OPERA HOUSE โดยมี blackground เป็น HABOUR BRIDGE  แต่ผมต้องเดินเลียบ FARM COVE ในสวน BOTANIC ไปไกลพอควร ซึ่งเย็นวันนั้น เวลามีไม่เพียงพอเพราะเราต้องไปทานอาหารค่ำกันที่ร้าน PANCAKES ON THE ROCKS กัน

มาถึงวันสุดท้ายของการอบรม(18 ธันวาคม 2551 ) วันนี้สบายๆ เนื้อหาไม่ซีเรียสมากนัก Peter เองก็ใช้เวลาไม่นานในการจบหลักสูตรในวันนั้น เราใช้เวลาที่เหลือในวันนั้น ไปเดินเล่นกันบริเวณย่าน HYDE PARK และมีโอกาสได้เข้าไปเดินดูงานศิลปะ ใน ART GALLERY OF NEW SOUTH WALES กันอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะไปทานอาหารค่ำกันที่ SEOUL RIA เช่นเดียวกับเมื่อ สอง วันก่อน เมื่อทานกันเสร็จ ก็แยกย้ายกันกลับเอง แล้วแต่ว่า ใครจะไปแวะเดินหรือนั่งอะไรกลับ ผมเลือกที่จะเดินเล่นไปเรื่อยๆ พาลคิดไปถึงวันที่ไป DARLING HABOUR ก็เลยพยายามเดินตามแผนที่เพื่อไปยัง PEDESTRIAN BRIDGE ซึ่งเป็นสะพานคนเดินข้าม และเป็นจุดที่สามารถยืนมองกลับเข้ามายังฝั่งที่เป็น COCKLE BAY ของ DARLING HARBOUR ได้ ผมยืนถ่ายรูปเพื่อเก็บแสงสียามค่ำคืนเอาไว้เป็นที่ระลึกสักพัก ก็เดินกลับโรงแรม

ระหว่างเดินกลับผมคงดูเงอะงะ เดินไปดูแผนที่ไป มากไปหน่อย เลยมีหนุ่มออสซี่ ใจดีเดินเข้ามาถามว่า ต้องการความช่วยเหลืออะไรหรือเปล่า ผมยิ้มแสดงความขอบคุณและบอกว่าไม่มีอะไร สบายมาก อิอิ

No.30 ฉบับจดหมายเหตุซิดนี่ย์ วันแรก

คณะของเราเดินทางถึงสนามบิน KINGSFORD SMITH ตามกำหนดการ โดยใช้เวลาเดินทางคราวๆ ประมาณ 9 ชั่วโมง และใช้เวลาในการตรวจคนเข้าเมือง และรอรับกระเป๋าอยู่พอสมควร จึงเดินทางต่อด้วยรถ taxi จากสนามบิน ไปยัง โรงแรมที่พัก คือ FOUR SEASONS  HOTEL
แต่เนื่องจากเราไปถึงเช้าเกินไป ทำให้ยังไม่สามารถเข้าพักที่ห้องได้ จึงได้แต่ล้างหน้าแปรงฟัน แล้วออกไปเดินเล่นชมเมืองกัน บริหารเวลาให้ผ่านไป

โรงแรม FOUR SEASONS ตั้งอยู่บนถนน GEORGE STREET ซึ่งเรียกได้ว่า เป็นถนนแกนกลางของเมืองซิดนี่ย์เลยก็ว่าได้ ถ้าไปไหนแล้วจะกลับโรงแรม ขอให้หา GEORGE STREET ให้เจอ ก็กลับโรงแรมได้แล้ว และที่สำคัญจุดที่ตั้งของโรงแรมก็แสนจะใกล้กับ SYDNEY OPERA HOUSE และ SYDNEY HARBOUR BRIDGE ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองซิดนี่ย์มากๆ เราจึงออกไปเดินถ่ายรูปเล่นกัน เพื่อให้รู้ว่า มาถึงซิดนี่ย์แล้วจริงๆ

จากนั้นก็ไปเดินเล่น ฆ่าเวลาต่อกันแถวย่าน THE ROCKS แวะหาข้อมูลแผ่นพับ แผนที่ต่างๆที่ Sydney Vistor Centre ที่อยู่แถวๆ The Rocks Centre พอใกล้ๆ จะเที่ยง ( ซิดนี่ย์เวลาเร็วกว่ากรุงเทพฯ 4 ชั่วโมง ) ก็ไปเข้าห้องพักกัน

เราพักผ่อนตามอัธยาศรัยกันไม่นาน ก็นัดกันลงมาเพื่อไปหาอาหารกลางวันกินกัน โดยเป้าหมายอยู่ที่ ย่าน China Town โดยระบบขนส่งสาธารณะอย่างแรกที่เราเลือกใช้ในการเิดินทางก็คือ City Rail ซึ่งเป็นรถไฟวิ่งภายในเมือง โดยมีจุดเชื่อมต่อไปยังเมืองอื่นๆ ได้ด้วย เราขึ้นกันที่สถานี CIRCULAR QUAY ซึ่งเป็นสถานนีที่อยู่ใกล้โรงแรมเอามากๆ เดินแป๊บเดียวก็ถึงแล้ว แถมสถานนีนี้ยังเป็นชุมทาง ที่รถไฟสายต่างๆ เกือบทุกสายจะต้องผ่านที่นี่ ( ที่นี่ยังเป็นชุมทางของท่าเรือเฟอรี่ ที่ไปยังท่าต่างๆในซิดนี่ย์อีกด้วย ) เีรียกว่า เป็นศูนย์กลางระบบขนส่งมวลชนจริงๆ

เราใช้เวลาไม่นานนักก็มาถึงสถานี CENTRAL แล้วเดินหาทางมาเรื่อยๆ จนเจอ China Town เราหาร้านอาหารจีน ทานกัน โดยแต่ละคนก็เลือกไปคนเราเมนู สำหรับผมนั้น ได้บะหมี่เกี๊ยวกุ้งเนื้อแน่นชิ้นใหญ่มาหนึ่งชามใหญ่ เรียกว่า กว่าจะทานหมด ก็ท้องแน่นกันไปตามๆกัน ( ราคาเท่าไหร่จำไม่ค่อยจะได้ แต่โดยพื้นฐานแล้วอาหารการกินมื้อหลักๆ ที่ซิดนี่ย์ พวกอาหารจานเดียว ก็น่าจะอยู่สักประมาณ 6-10 เหรียญ เห็นจะได้ )

จากนั้นก็เดินหาซื้อของฝาก ( คิดดูซื้อกันตั้งแต่วันแรกที่มาอ่ะ ) แล้วก็กลับโรงแรมและนัดกันอีกครั้งเพื่อไปทานอาหารเย็น โดยเราได้รับการแนะนำให้ไปลองทานกันที่ร้าน PANCAKES ON THE ROCKS ซึ่งชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า อยู่ย่าน THE ROCKS ส่วนอาหารขึ้นชื่อของที่ร้านก็อยู่ในชื่อร้านอยู่แล้ว ก็คือ pancake นั่นเอง แต่อาหารคาวอื่นๆ ในร้าน ก็รสชาติใช้ได้ทีเีดียว

หลังเสร็จสิ้นมื้อเย็น เราก็เดินกลับโรงแรมและแยกย้ายกันพักผ่อนตามห้องของแต่ละคน (ทาง ไอบีเอ็ม จัดให้พักคนละห้อง เป็นเตียง King Size  เรียกว่า กลิ้งสามทียังไม่ตกเตียงเลย)  ผมพยายามพักผ่อนให้เต็มที่ หลังจากการเหนื่อยล้า จากการเดินทางและเดินเล่นทั้งวัน เพราะวันถัดไปจะต้องเข้า ห้องเรียนกันแล้ว