No.25 ฉบับ0808

เดือนกรกฏาคม เป็นเดือนที่เว้นวรรค ขาดหายจากการเขียน blog ไป ในใจรู้สึกผิดหวังกับตัวเองพอสมควร เพราะก่อนหน้านี้เคยตั้งปฏิภาณไว้ว่า่จะพยายามเขียน blog อย่างน้อยก็เดือนละ 1 ฉบับ แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้ซะแล้ว

มาถึงเดือนนี้ มีเรื่องราวผ่านเข้ามาพอสมควร ทำให้พอจะมีวัตถุดิบเอามาขีดๆ เขียนๆ ได้บ้าง มีคนเคยบอกว่า การได้ทำอะไรแตกต่างไปจากเดิม ได้ไปในสถานที่ใหม่ๆ ได้เจอคนใหม่ๆ บ้าง ก็เป็นการเพิ่มสีสันให้กับชีวิต สองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมเองก็ได้เพิ่มสีสันให้กับชีวิตพอสมควร จากเดิมที่ชีวิตประจำวันช่วงเสาร์-อาทิตย์ แทบจะเป็นขาว ดำ หรือ โมโนโทน ซ้ำๆเดิมๆ คือใช้ชีวิตแบบกิน นอน ก็ได้ออกไปท่องเที่ยว เปิดหู เปิดตา ดูงาน ดูสถานที่ ท่องเที่ยวตามต่างจังหวัดบ้าง แม้จะไม่ได้เติมสีสันแบบฉูดฉาด อย่าน้อยๆ ก็พอจะมี แม่สี อื่นๆ เข้ามาในชีวิตบ้าง

เริ่มต้นจากวันอาทิตย์ที่ 27 กรกฏาคม ก็ได้มีโอกาสไปเดินเล่นที่สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ หรือ เรียกสั้นๆ ว่า มิวเซียมสยาม ที่นี่ถือเป็นอีกสถานที่ ที่มีบรรยากาศสบายๆ น่าเดินเล่นมากๆ เดิมเป็นที่ตั้งของกระทรวงพานิชย์ แต่เมื่อที่ทำการของกระทรวงได้มีการย้ายออกไปนอกเมืิองแล้ว อาคารหลังเก่านี้ก็ได้ถูกเลือกมาใช้เป็นที่ตั้งของมิวเซียมสยามแทน โดยภายในอาคารหลักหลังใหญ่จะเป็นที่จัดแสดงนิทรรศการถาวรเกี่ยวกับความเป็นมาของไทย ส่วนอาคารเล็กอีกด้าน รวมถึงบริเวณโดยรอบก็มีการจัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียนไปตามเทศกาลต่างๆ และ ด้วยความลงตัวของประติมากรรมในสวนกับความคลาสสิกของอาคารหลัก ทำให้มิวเซียมสยาม เป็นอีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์อารมณ์ศิลป์ ที่คนกรุงเทพฯ ไม่ควรพลาดที่จะหาเวลาว่างไปเที่ยวชมกันครับ

อาทิตย์ต่อมา ( 3 สิงหาคม ) สงสัยว่า่มิวเซียมสยาม จะทำให้อารมณ์ศิลป์ของผมยังไม่จางหาย เลยสลัดความขี้เกียจ ออกจากบ้านไปเดินเล่นที่ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ซึ่งเพิ่งเปิดเมื่อปลายเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา โดยเปิดตัวพร้อมๆกับกับการจัดแสดงภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยใช้ชื่อนิทรรศการว่า ชีวิตที่หมุนไปไม่หยุดยั้ง (ALWAYS ROAMING WITH A HUNGRY HEART) งานนี้ทำให้ผมได้อิ่มใจไปกับภาพถ่ายในมุมมองและสถานที่ที่หาชมได้ยาก และปลื้มปิติไปกับพระอัจฉริยภาพด้านการถ่ายภาพของสมเด็จพระเทพฯ ไปในเวลาเดียวกัน

หลังจากได้ดื่มด่ำกับอารมณ์ศิลป์กันสองสัปดาห์ติดๆ ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ได้เปลี่ยนอารมณ์มาเป็นแนวผจญภัย ไปออกทริปล่องลำน้ำเข็กกับพี่เจ้านายแผนกเก่า และ เพื่อนที่บริษัท งานนี้ได้ผจญภัยสมใจอยาก เพราะต้องเจออุปสรรคปัญหาที่เกิดจากธรรมชาติของสายน้ำและเกาะแก่งกันสดๆ แบบที่ไม่มีสคิปต์ หรือ โพยบอกวิธีแก้ปัญหา แต่ก็ช่วยกันฝ่าฟันกันกลับมาได้ปลอดภัยเป็นอย่างดี ทริปนี้นอกจากจะได้ทำให้สมองและหัวใจตื่นตัวจากความตื่นเต้นของการล่องแก่งแล้ว ยังมีโอกาสได้ไปสูดเอาออกซิเจนบริสุทธิ์บนขุนเขา เติมเต็มใส่ปอดและหัวใจ เพิ่มแรงกายแรงใจ และ เติมเชื้อไฟในการกลับมาใช้ชีิวิตประจำวันอีกครั้งหนึ่ง

อ้อเขียนเล่าจนเกือบจบ blog เกือบลืมไปว่า วันที่ 08/08/08 เป็นวันเปิดกีฬาโอลิมปิกที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีนอย่างเป็นทางการ ยังไงก็ส่งใจไปเชียร์นักกีฬาไทยกันเยอะๆ นะครับ 🙂