No.23 ฉบับพฤษภาฯหน้าฝน ณ เกาะช้าง (2)

…สืบเนื่องจากบล็อคฉบับก่อนหน้านี้ เล่าถึงตอนมอเตอร์ไซด์ล้มคว่ำแล้วกลับมาเล่นน้ำทะเลลอยตัวข้ามเกาะ

หลังจากนั้นก็อาบน้ำอาบท่าให้สบายตัว แล้วก็ตกลงกันว่าจะไปกินข้าวมื้อค่ำกันที่บางเบ้าอีกครั้ง ซึ่งเมื่อตัดสินใจกันแบบนั้น ผมก็ได้แต่ทำใจดีสู้เสือ ขับมอเตอร์ไซด์ย้อนรอยเมื่อตอนกลางวันไปอีกครั้ง

แต่ครั้งนี้ ถนนทั้งมืดและลื่นจากการที่ฝนเพิ่งหยุดตก ทำให้การขับขี่ยากกว่าตอนกลางวันหลายเท่ามากๆ เมื่อถึงที่หมาย เราก็เลือกที่จะไปลองกินกันอีกร้านหนึ่ง แต่ปรากฏว่าราคาแพงกว่าร้านเรือนไทยที่ได้มากินตอนกลางวันมากๆ ก็เลยตัดสินใจสั่งข้าวผัดปู( หาปูในจานยากมากๆ ) จานใหญ่มาแบ่งกันกินแค่จานเดียว แล้วก็ทำการย้ายกลับไปกินที่ร้านเรือนไทยเหมือนกัน นอกจากจะหาอาหารค่ำกินกันแล้ว เราก็หาแพ็คเกจดำน้ำในวันรุ่งขึ้น

อาหารมื้อค่ำนี้ ดูไม่อร่อยสำหรับผมมากๆ ไม่ใช่เพราะรสชาดของอาหารแต่เพราะใจผมไม่ได้จดจ่ออยู่ที่อาหารซะแล้ว มัวแต่พะวงกับการขับเมอเตอร์ไซด์กลับหาดไก่แบ้ ว่าฟ้าร้อง ฟ้าแล่บ ถนนลื่น ทางมืด แบบนี้ จะเอาชีวิตรอดกลับไปถึงที่พักรึป่าวก็ไม่รู้

เมื่อกินกันเสร็จ ก็ออกเดินทางกลับ ผมพยายามเรียกกำลังใจให้ตัวเอง แล้วพยายามใช้สมาธิมากขึ้น ซึ่งสุดท้ายก็สามารถขับตามน้องๆ กลับจนถึงที่พักได้อย่างปลอดภัย ผมรู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอกมากๆ  แล้วเป็นเรื่องโชคดีอีกอย่างที่เราถึงที่พักกันก่อนที่ฝนจะเทลงมากอย่างหนัก คืนนั้นเลยนอนในบรรยากาศของพายุฝน ลมทะเล ทำให้หลับๆ ตื่นๆ อยู่เป็นระยะ

ตอนเช้าอีกวัน เราต้องตื่นแต่เช้า เพื่อคืนมอเตอร์ไซด์และย้ายที่พักไปยังหาดทรายขาว และรอรถสองแถวของร้านที่เราซื้อแพ็คเกจดำน้ำไว้ มารับที่หาดทรายขาวตอนแปดโมงเช้า ซึ่งก็มีเรื่องให้ฮาเล็กน้อยเมื่อเราขับเลยหาดทรายขาวเกือบข้ามเขาไปท่าเรือเฟอร์รี่กันเลยทีเดียว หลังจากคืนมอเตอร์ไซด์เสร็จ ก็เดินหาที่พักได้ที่พักเป็นอพาร์ทเม้นท์ห้องแอร์หนึ่งห้อง จากนั้นก็ขึ้นรถไปบางเบ้าเพื่อขึ้นเรือไปออกรอบดำน้ำ

เรือพาเราไปดำน้ำกันประมาณ สาม จุด กว่าจะเสร็จก็ สาม สี่ โมงเย็น โดยมีอาหารเลี้ยงบนเรือหนึ่งมื้อใหญ่ กับ อีก สอง สาม มื้อเล็กเป็นพวกผลไม้ กับ ปลาหมึกย่าง พอกลับถึงบางเบ้า ก็ขึ้นรถสองแถวคันเดิมที่ไปรับเราตอนเช้า กลับสู่ที่พักที่หาดทรายขาว ถึงที่พักอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วก็ออกไปเดินเล่นชายหาดดูการแสดงควงกระบองไฟ (เสียค่าเครื่องดื่มเพื่อจะได้ทีนั่งดูกันแพงทีเดียว) คืนนั้นนอนหลับสนิท ด้วยความเพลียจากการไปดำน้ำตากแดดสะสมกับกิจกรรมในวันแรก

เช้าอีกวันเราก็ออกเดินทางกลับ ออกจากเกาะประมาณเกือบเที่ยง ขึ้นเรือต่อรถสองแถวมาที่ท่ารถ ก็ประมาณบ่ายกว่าๆ รอรถออกประมาณบ่ายสาม ระหว่างขากลับบนรถทัวร์เปิด VCD หนังให้ดูจบไปสองเรื่อง คือสะใภ้ปรื๋อ กับ ช็อคโกแลต  ถึงเอกมัยประมาณสองทุ่มหน่อยๆ เดินทางต่อจนถึงบ้านประมาณสามทุ่ม เป็นอันปิดทริปเกาะช้างแต่เพียงเท่านี้

Advertisements

No.22 ฉบับพฤษภาฯหน้าฝน ณ เกาะช้าง (1)

ย่างเข้าเดือน ฮก ฝน ก็ต๊ก พรำๆ … ได้ยินเพลงนี้ ฮัม อยู่ในหัว มาตั้งแต่เด็ก แทบจะเป็นเพลงประจำฤดูกาลได้อีกหนึ่งเพลง เดือนหก ในเพลง คงหมายถึงเดือน พฤษภาคม ในปฏิทินสากล รึป่าว ไม่แน่ใจ แต่ ด้วยสภาพอากาศปัจจุบัน ผมว่า มันก็น่าจะใช่อยู่ เพราะไม่ต้องอ้างถึงภาวะโลกร้อน ก็พอจะจำได้ว่า เข้าเดือนพฤษภาทีไร ฝนก็เริ่มตกทุกปีไป จนบางปีตกหนักจนน้ำท่วม ต้องเลื่อนการเปิดเทอมออกไป เป็นที่ดีอกดีใจกันใหญ่ทีเดียว

ช่วงวันหยุดยาว สำหรับ ผู้ใช้แรงงาน มีโอกาสได้ไปออกทริป โหด มัน ฮา เล็กๆ ที่เกาะช้างกับน้องๆอีก 3 ชีวิต โดยออกเดินทางกันคืนวันที่ 30 พฤษภาคม รถเชิดชัยทัวร์ออกจากเอกมัยก็ห้าทุ่มกว่าๆ ไปเช้าเอาตลาดแสนตุ้ง (คิวรถสองแถวไปท่าเรือเฟอร์รี่ และเหมือนจะเป็นสาขาของเชิดชัยทัวร์ด้วย ) ก็ตีสี่หน่อยๆ

นั่งสองแถวไปท่าเรือ ก็ยังไม่ถึงเวลาเรือออก เลยนั่งๆเดินๆดื่มๆ (กาแฟ) ประหารเวลาไปก่อน รอจนถึงเวลาเรือเฟอร์รี่ไปเกาะช้างรอบแรกออก ก็ประมาณหกโมงครึ่ง  เรือใช้เวลาแค่ครึ่งชั่วโมงก็ถึง ( เพราะเกาะอยู่ใกล้มากๆ )  ถึงเกาะก็นั่งสองแถวอีกคนละห้าสิบบาท ( ลืมบอกไปค่าเรือ ไป กลับ คนละร้อยยี่สิบ ) ไปหาดทรายขาวเดินหาร้านเช่ามอเตอร์ไซด์เช่ากัน สาม คัน มีคนขับเป็นมาก่อนแค่คนเดียว เหอๆๆ เลยต้องให้เวลาอีกสองคน หัดขับอยู่แถวร้านก่อนประมาณ สิบ ยี่สิบนาที ( หนี่งในสอง ก็ผมเองนั่นแหล่ะ ) ดีที่เป็นมอเตอร์ไซด์เกียร์ออร์โต้ เลยใช้เวลาหัดบังคับรถไม่นาน ก็พอจะออกเดินทางกันได้

ขับรถข้ามเนินเขาไม่ชันมากจากหาดทรายขาวไปหาดไก่แบ้ ช่วงอากาศตอนเช้าๆฟ้าครึ้มๆ  ได้รับลมเย็นๆไปเพลินๆ ( อย่าเพิ่งรำคาญ ไม้ยมก นะครับรู้สึกเหมือนกันว่า เยอะจัง  ) ไม่นานก็ถึงหาดไก่แบ้ หาที่พักได้ที่ พรบังกะโล เป็นที่พักที่บรรยากาศเงียบๆ คนไม่พลุกพล่านดีเหมือนกัน เอาของเข้าที่พัก อาบน้ำอาบท่าให้สบายตัวกันเสร็จ ก็ขับมอเตอร์ไซด์ต่อ ไปหาอะไรกินที่อ่าวบางเบ้า ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวประมง อาหารทะเล เขาเลยว่าสดและถูกสุดบนเกาะช้างแล้ว

ถนนหนทาง จาก ไก่แบ้ ไป บางเบ้า สูงชันกว่า หาดทรายขาวมาไก่แบ้ค่อนข้างมาก บางจุดเป็นโค้ง ตัว เอส ทำให้ใจคนหัดขี่มอเตอร์ไซด์ครั้งแรกในชีวิตอย่างผม หล่นไปอยู่ตาตุ่มอยู่หลายหน ( ถึงเป็นรถยนต์ ถ้าผมขับมาเจอทางแบบนี้ ก็ยังเสียวเลย ) แต่ก็เอาชีวิตรอดไปถึงบางเบ้าได้อย่างปลอดภัย หาอาหารทะเลกินกันที่ร้านเรือนไทย ( ได้รับคำแนะนำจากร้านขายปลาหมึกปิ้ง ที่แวะซื้อกิน ก่อนเดินเข้าไปที่ตลาดอีกที )

กินกันเสร็จ ก็ขับมอเตอร์ไซด์ตากแดดกลับที่พัก ขากลับนี่เองที่เหตุเกิดจนได้ เมื่อโค้งตัวเอสขึ้นเขาเจ้ากรรม ดันไม่ยอมให้ผมผ่านไปง่ายๆ ดักมอเตอร์ไซด์ผมให้ล้มคว่ำ ดีที่สันชาตญาณ การเอาตัวรอดยังดีอยู่ เลยได้แผลติดตัวมาเล็กน้อยและยังรักษากล้องคู่ใจ ไม่ให้ถูกกระทบกระแทกได้ ขับตามมาจนเจอน้องๆแบบเนียนๆ เหมือนไม่มีอะไร แต่แผลสดที่ได้มาไม่เนียนพอ ต้องรบกวนน้องๆ ไปหาซื้อเบตาดีน มาหยดฆ่าเชื้อกันหน่อย

ได้แผลแล้วเหมือนจะหงอย แต่ไม่เลย ตอนเย็นยังทำซ่า เอาแผลไปแช่น้ำทะเลเล่นกับน้องๆอีก คราวนี้ไม่เสียเหงื่อ เสียเลือด แต่ ต้องเสียกำลังไปกับการลอยตัวข้ามเกาะที่อยู่ใกล้ๆ ที่พัก ( ประมาณว่า เดินผิดร่องน้ำ ไปเจอเอากองหิน เดินไปมีหวังเท้าพังแน่ๆ )  เรียกว่า วันเดียวได้ทดสอบทั้งกำลังกายและกำลังใจกันเลย แต่ยังไม่จบแค่นั้น ตอนค่ำๆ ยังมีเรื่องให้ทดสอบกำลังใจกันอีก แต่ฉบับนี้ยาวแล้ว ไว้ต่อฉบับหน้าละกันเนาะ