No.18 ฉบับเพราะอะไร

เข้าปีใหม่มาก็ครบหนึ่งเดือนพอดีแล้ว เดือนหน้าก็จะเข้าสู่เดือนที่ใครต่อใคร ต่างบอกว่า เป็นเดือนแห่งความรัก ซึ่งก็คงจะเป็นเพราะว่า มีวันแห่งความรัก อยู่ในเดือนกุมภาฯ นั่นเอง

ปี สอง ปี ที่ผ่านมาเมื่อถึงช่วงวันแห่งความรัก ผมมักจะเลือกเพลงรักที่ผมนึกถึง หรือ ได้ยิน ในช่วงนั้นแล้วรู้สึกชอบมากๆ มาแปะไว้ใน blog มาปีนี้ ผมก็ขอเลือกเพลง เพราะอะไร เป็นเพลงประจำวาเลนไทน์ปีนี้ของผมละกันครับ

เพลงเพราะอะไร เวอร์ชั่นที่เราได้ยินกันเป็นประจำ ก็คงจะเป็น เวอร์ชั่นของป้างนครินทร์ กิ่งศักดิ์  ผมเองชอบเพลงนี้มาก มาค่อนข้างนานแล้ว ยังคิดว่า คนแต่งช่าง แต่งได้ไพเราะมากมายจริงๆ แต่ก็ไม่ได้ขวนขวายไปหาข้อมูลว่าใครแต่ง ยังคิดว่า ป้าง คงจะแต่งเองเหมือนเพลงอื่นๆ ในอัลบั้มอยู่เลย จนกระทั่งมาดูบันทึกการแสดงสดของวงเฉลียง ในคอนเสิร์ตชื่อ “เหตุเกิดที่… เฉลียง งานดนตรีบำบัด ถาปัดจัด เฉลียงโชว์” ซึ่ง ศุ บุญเลี้ยง ได้เชิญ ป้างมาเป็นแขกรับเชิญ แล้วบอกว่า มีเพลงหนึ่งที่อยากร้อง ชื่อเพลงเพราะอะไร เป็นเพลงที่พี่จิก ประภาส ชลศรานนท์ แต่งเนื้อให้ แต่ทำเนื้อหายไปตอนนั้น แล้วอยู่ดีๆ ก็มาได้ยิน เพลงนี้ โดยป้างเป็นคนเอาไปร้องเสียแล้ว ซึ่งป้างเองก็บอกว่า ได้เพลงนี้มาเพราะ ไปขอเพลงพี่จิก ตอนเจอที่สนามบอล ^__^

จนมาวันนี้ ผม search google เพื่อจะหา link เพลงนี้ ให้ไปฟังกัน ก็พบว่า มีเวอร์ชั่นใหม่เป็น เวอร์ชั่นที่ป๊อด โมเดิร์นด็อก ร้อง เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง หม่ำเดียว หัวเหลี่ยม หัวแหลม ถ้าจะดูความสัมพันธ์ ว่า ทำไมเพลงนี้มาอยู่ในหนังเรื่องนี้ได้ ก็ไม่ยากครับ พี่จิก ประภาส เป็นเจ้าของ workpoint -> workpoint สร้างหนัง หม่ำเดียวฯ  ^__^  ฟังเวอร์ชั่น นี้ก็ได้ความอลังการของเครื่องดนตรีไปอีกแบบเหมือนกันนะครับ ลองไปฟังกันดูครับ

เนื้อเพลง เพราะอะไร โดยประภาส ชลศรานนท์

เธอเคยถามกับฉัน ที่ฉันรักเธอ ว่าอยากจะรู้รักเพราะอะไร
กลับไปคิดไปค้น ใคร่ครวญมากมาย ไม่เจอ…คำตอบ
ที่ผ่านมานั้นไม่คิดอยากรู้ที่มา และไม่เคยหาเหตุผลใดๆ
แค่ตัวฉันเพียงรู้ ว่าเป็นสุขใจเมื่ออยู่เคียงกัน
อาจจะฟังแล้วไร้เหตุผล ว่าสิ่งที่ทำให้คนรักกัน
หรือเป็นเพียงรอยยิ้ม รอยนั้นเมื่อวันแรกเจอ
หากจะหาเหตุผลสักคำ ว่าสิ่งที่ทำให้ฉันรักเธอ
นั่นเป็นเพราะตัวฉันมาเจอ เจอสิ่งดีงาม

อาจจะฟังแล้วไร้เหตุผล ว่าสิ่งที่ทำให้คนรักกัน
หรือเป็นเพียงรอยยิ้ม รอยนั้นเมื่อวันแรกเจอ
หากจะหาเหตุผลสักคำ ว่าสิ่งที่ทำให้ฉันรักเธอ
นั่นเป็นเพราะตัวฉันมาเจอ เจอสิ่งดีงาม

ตั้งแต่วันฉันพบเธอ ก็เจอแต่สิ่งดีงาม

ตั้งแต่วันฉันพบเธอ ได้เจอแต่สิ่งดีงาม

เวอร์ชั่น ป๊อด http://bignose.exteen.com/20080105/moderndog
เวอร์ชั่น ป้าง http://notjustv.exteen.com/20060411/entry

No.17 ฉบับเมื่อพบหมอฟัน ดวงตาก็เห็นธรรม

มากกว่า สาม ปี แล้วเห็นจะได้ ที่ผมกับทันตแพทย์หรือเรียกง่ายๆว่า หมอฟัน  ไม่ได้โคจรมาพบกัน จะด้วยเวลายุ่งด้วยกันทั้งคู่ ก็ คงแค่ส่วนหนึ่ง แต่เหตุผลสำคัญคงหนีไม่พ้น การไม่ค่อยใส่ใจ หรือเห็นว่า การพบทันตแพทย์ ทุก สาม หรือ หก เดือน เป็นเรื่องที่ควรทำ คล้ายๆ กับการต้องหาเวลาออกกำลังกาย สัปดาห์ละ สอง ครั้ง ครั้ง ละ ประมาณ ครึ่ง ชั่วโมง เป็นเรื่องจำเป็น แต่ก็ยังไม่ยอมทำนั่นเอง

วันนี้ (สิบสอง มกราคม ประมาณหกโมงเย็น) ได้ฤกษ์งามยามดี มีโอกาสติดสอยห้อยตาม พี่สาวไปพบทันตแพทย์ เป็นครั้งแรกในรอบ สาม สี่ปี อย่างที่ว่าไว้ คิดและแอบภาวนาในใจ ว่า ขออย่าให้เจ้าฟันทั้ง สามสิบสอง ซี่ ของผมมีปัญหาใหญ่ๆ ให้ท่านทันตแพทย์ ได้ลงแรง ไปมากกว่า การขูดหินปูนเลย
และแล้ว ความหวัง ก็ไม่เป็นจริง เพราะ คุณหมอ รายงานผลการสำรวจเบื้องต้น และ ถามคำถามแบบขู่ให้รู้กลายๆ ว่า
“เคยขูดหินปูนใต้เหงือก มั้ยครับ” … ผมส่ายหน้าแทนคำตอบ เพราะยังอ้าปากค้าง และมีอุปกรณ์ทางทันตแพทย์ อยู่ในปาก
“ต้องขูดออกนะครับ ไม่งั้นจะ บลา บลา ๆๆๆ ” เหตุผล ร้อย แปด พร้อมจบประโยคด้วย
“เสียวๆ เจ็บๆ เลือดออกหน่อยนะครับ”
แล้ววินาที ต่อ จากนั้น มันเสียวและเจ็บ อย่าได้บอกใครเลยครับพี่น้อง!

เวลาผ่านไปช้าๆ กับ จิตใจที่จดจ่อไปที่ฟันแต่ละซี่ ที่โดนเครื่องมือเข้าไปชอนไช เพื่อ เอาเจ้าส่วนเกินที่เรียกว่า หินปูน ออกมา
ผมไม่ได้ดูเวลาว่า ล่วงเลยไปนานเท่าไหร่ รู้แต่ว่า มันช่างยาวนานกว่าการได้นั่งดูซี่รี่ส์เกาหลี ในเวลาเดียวกันนี้ของสัปดาห์ที่แล้ว อย่างกับฟ้ากับเหว กว่าที่ภารกิจการขูดหินปูนใต้เหงือกนี้จะเสร็จสิ้น
และแล้ว ภารกิจของวันนี้ก็เสร็จสิ้นลง แต่เหมือนเสร็จแค่ศึกเดียว ยังมีศึกหน้าของสงครามรออยู่ในวันที่ ยี่สิบหก มกราคม เพราะคุณหมอ นัดให้ไปเอ็กซเรย์ ฟันที่อุดไว้ เพื่อดูสภาพรากฟันและทำคลอบฟันเพื่อป้องกัน การแตกของฟัน รวมทั้งกรอฟัน อุดฟันในบางซี่

การพบหมอฟันครั้งนี้ ทำให้ผมเห็นธรรมะอีกข้อว่า ฟัน ก็เหมือน จิตใจ ต้องการดูแลอย่างสม่ำเสมอ เพราะหากเผลอไผล ไม่เอาใจใส่ การเยียวยา รักษาเอาสิ่งแปลกปลอมที่เกาะกุมจิตใจออกไป ก็คงจะยาก เจ็บปวด และ ใช้เวลานานกว่า จะเอามันออกได้เหมือน หินปูนใต้เหงือกของผมนั่นเอง
อย่างนี้สิเล่า เขาถึงมักจะบอกกันว่า ดวงตาเรามักจะเห็นธรรม ก็ตอนที่เราทุกข์หรือเจ็บปวดแล้วนี่เอง T_T

No.16 ฉบับคืนข้ามปี

การข้ามจากคืนวันหนึ่งไปเช้าของอีกวันหนึ่งนั้น ถ้าเป็นคืนอื่น ของ วันอื่นๆใน 365 (หรือ 366) วัน ที่ไม่ใช่คืนวันที่ 31 ธันวาคม ก็คงเป็นเรื่องปกติธรรมดาของทุกๆคน หลายๆคนก็คงจะหลับข้ามคืน ไปตื่นตอนเช้า กันเหมือนทุกๆวัน

และคืนนี้ ก็เป็นวันที่ 31 ธันวาคม 2550 หรือ 2007 เป็นคืนที่กำลังจะข้ามไปยัง ปี 2551 หรือ 2008 กันแล้ว กิจกรรมยอดฮิตประจำคืนข้ามปีแบบนี้คงหนีไม่พ้นการนับถอยหลังเพื่อเข้าสู่ปีใหม่ ซึ่งก็มีสถานที่ หลายๆ แห่ง จัดกิจกรรมบันเทิงเพื่อรอการนับถอยหลังร่วมกันของผู้คนที่มาร่วมงาน

แต่สำหรับผมแล้ว 2-3 ปีหลังสุด การนับถอยหลังข้ามไปยังปีใหม่ หนีไม่พ้น หน้าจอ laptop หรือหน้าจอ tv  ส่วนสาเหตุที่ผมเลือกที่ดูเหมือนเป็นคนเหงา คอย countdown ข้ามปีอยู่บ้านคนเดียว แทนการออกไปร่วมสังสรรค์กับผู้คนมากมายนั้น ก็คงเป็นเพราะการออกไปนับถอยหลังคืนข้ามปีกับฝูงชนมากมายครั้งสุดท้ายนั้น ไม่สร้างความประทับใจให้ผมสักเท่าไหร่ แต่ออกจะทำให้รู้สึกอยากที่จะหลีกเลี่ยงในปีต่อๆไปมากกว่า  ดังนั้นผมจึงเลือกที่จะอยู่บ้านแบบสงบๆ แต่มีความสุขแบบพอเพียงในคืนข้ามปีแบบนนี้ซะมากกว่า

นอกจากกิจกรรมการนับถอยหลัง ที่ทำให้คืนข้ามปีแบบนี้เป็นคืนพิเศษสำหรับหลายๆคนแล้ว ผมว่า ในแง่ของจิตวิทยา คืนข้ามปี ก็ยังเป็นคืนพิเศษที่หลายๆคนใช้เป็นจุดเริ่มต้น ในการที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง หรือเริ่มต้นทำอะไรใหม่ๆ และใช้เป็นคืนที่จะทิ้งเอาความผิดหวัง ความผิดพลาด หรือ สิ่งไม่ดีต่างๆ ไปกับปีเก่าที่กำลังจะผ่านไป

สำหรับผมคงไม่มีอะไรที่จะต้องทิ้งไปกับปีเก่ามากมายนัก เพราะปีที่ผ่านมาก็ไม่มีอะไรเลวร้ายจนเกินไปนัก สำหรับคนที่ค่อนข้างไปทางคิดบวกแบบผม 🙂 จะมีอยากทิ้งไปบ้างก็คงเป็นนิสัยแย่ๆ บางอย่าง 555 ส่วนปีใหม่ที่จะมาถึงนั้น ถ้าขอพรอะไรได้สักอย่าง  ก็คงจะขอให้ผมและคนรอบข้าง ใช้สติ มีสมาธิในการครองตน  และใช้ปัญญาในการทำสิ่งดีๆ ให้กับโลกใบนี้กันทุกคนครับ ( ดูโอเวอร์เกินไปมั้ยเนี่ย ^_^’)

ขอบคุณโลกใบนี้ ที่ทำให้ผมมีคืนข้ามปี อีกหนึ่งวันครับ ^__^

เอ้า  5 4 3 2 1 … สวัสดีปีใหม่ครับบบบบบ