No.9 ฉบับ multi-reading (อ่านแบบเก็บเล็กผสมน้อย)

ช่วงที่ผ่านมา เดือน สอง เดือน รู้สึกว่า ผมทำตัวเป็นผู้อ่าน มากกว่า ผู้บันทึก อาจจะเพราะด้วย วันๆ ก็ทำแต่งาน อยู่ที่ บริษัท ไม่ได้ออกไปเผชิญโลกกว้างใหญ่อะไรมากมาย ก็เลยไม่ค่อยจะมีเรื่องราว อะไรมานำเสนอหรือบันทึกผ่านตัวหนังสือ แบบที่เป็น ชิ้นเป็นอัน  ยิ่งการบันทึกด้วยการถ่ายภาพด้วยแล้วยิ่งน้อยเข้าไปใหญ่  แต่การได้อยู่เพียงแค่ที่ทำงาน กับ แค่ที่บ้าน ก็เป็นโอกาสอันดี ที่จะได้ใช้เวลาในการสะสมปริมาณหน้าหนังสือ ที่ได้อ่าน และยังได้เป็นการสะสาง หนังสือเก่าๆ ที่ซื้อมาตั้งนาน อ่านมาหลายปี ยังไม่จบสักที  ให้ได้ผ่านตาจนจบเล่มไปจนได้

หนังสือบางเล่ม เช่น รินหัวใจใส่ธุรกิจสตาร์บัคส์ กาแฟบันลือโลก ซึ่งเป็นหนังสือแปลมาจาก Pour Your Heart Into It ก็มาอ่านจบในช่วงนี้ ทั้งๆ ที่ซื้อมาไม่ต่ำกว่า 3 ปี อ่านได้ไม่เกิน ครึ่งเล่มสักที 

ผมมาสังเกตตัวองว่า หนังสือเล่มหนาๆ ที่แต่ก่อนหยิบอ่านได้ไม่นาน ก็ต้องวางกลับลงไปบนชั้น แล้วก็ปล่อยทิ้งไว้ให้ฝุ่นเกาะ จนอ่านไม่จบสักที  แต่พอมาช่วงนี้ กลับสามารถอ่านได้จบภายในไม่กี่วัน  มันเป็นไปได้อย่างไรกันนี่  วิเคราะห์ดูแล้ว ก็พบว่า ช่วงหลังๆ ผมอ่านหนังสือแบบเก็บเล็กผสมน้อย คือ อ่านวันละไม่กี่หน้า ค่อยๆอ่าน แต่อ่านติดต่อกันทุกวัน  โดยอ่านวันละ มากกว่า 1 เล่มด้วยสิครับ ^__^

โดยเล่มล่าสุดที่อ่านจบไปอย่างที่บอกไว้ก็คือ รินหัวใจใส่ธุรกิจฯ นั้น ผมอ่านก่อนนอน ทุกวัน วันละ บท สอง บท แล้วก็วางไว้หัวนอน เช้าก็ตื่นไปทำงาน โดยไม่หยิบไปด้วย ขณะที่อยู่ที่ทำงาน หากว่างๆ อยากเปลี่ยนสมองจากเรื่องงานบ้าง ก็จะหยิบหนังสือ Intelligent Investor ฉบับแปล ขึ้นมาอ่าน ทีละ 3-4 หน้า จบช่วง จบตอน ก็วางกลับไว้บนโต๊ะ ว่างก็หยิบมาอ่าน เลิกงาน ก็วางทิ้งไว้  กลับถึงบ้าน ก่อน นอน ก็หยิบ รินหัวใจใส่ธุรกิจฯ ขึ้นมาอ่าน  จนตอนนี้ อ่าน Intelligent Investor ฉบับแปลไปได้กว่า ครึ่งเล่มแล้ว

ผมว่า เทคนิคนี้ ทำให้ผมสามารถอ่านหนังสือ ที่เนื้อหาค่อนข้างหนัก และอ่านยาก (เพราะไม่ค่อยมีเรื่องราวให้ชวนติดตาม) ให้จบเล่ม ได้ง่ายพอๆ กับ อ่าน แฮรี่พอตเตอร์ หรือ รวมเล่มของประภาส ชลศรานนท์ ที่มักอ่านจบเล่มได้ภายในไม่กี่วัน

ส่วนช่วงนี้ หนังสือ ที่อยู่ในกระบวนการอ่านแบบเก็บเล็กผสมน้อย ของผม ก็มีดังนี้
-คู่มือมนุษย์ อ่านก่อนนอน
-Intelligent Investor ฉบับแปล อ่านบนโต๊ะทำงาน เวลากินกาแฟตอนเช้า หรือ หลังข้าวเที่ยง
-อิฐ อ่านเวลาต้องคอยอะไรนานๆ เช่น ถาม IM ใครไป แล้วรอเขาตอบ เป็นต้น
-a day และ OOM  เล่มล่าสุดอ่านเวลา เบื่อๆ จากหนังสือที่กล่าวมาทั้งหมด

ใครสนใจวิธีอ่านแบบนี้ จะลองไปใช้บ้าง ก็ไม่ว่ากัน เด็กและสตรีมีครรถ์ ควรได้รับการแนะนำก่อนทำ เพราะอาจทำให้สมองปั่นป่วน เพราะเรื่องที่อ่านอาจตีกันจนยุ่งไปหมดได้ครับ ^__^

No.8 ฉบับแผ่นดิน

นั่งดูทีวี เจอโฆษณาอยู่ชิ้นนึง เป็นโฆษณาเกี่ยวกับ โครงการคุณธรรมนำไทย ของ คมช. เนื้อเรื่องโฆษณา ก็เรื่อยๆ แต่มาติดหู เอาเพลงประกอบ มีเนื้อร้องตอนนึงประมาณ
“ไม่มีดินผืนใด ให้ไออุ่น
เท่ากับดินที่คุณ ถือกำเนิด
ไม่มีดินผืนใด ดูมั่นคง
เท่ากับดินที่ลง สำมะโนครัว
ไม่มีดินผืนใด ให้คุณเดิน
เท่ากับดิน ที่คุณเดิน ตอนตั้งไข่

ไม่มีเงิน ไม่มีทอง ยังไม่หมองเศร้า
มีแผ่นดิน ปลูกข้าว เราอยู่ได้
ไม่มีเงินไม่มีทอง ค่อยหาใหม่
บนแผ่นดินสุดท้าย ของไทย ทุกคน”
ดูจบ ก็รู้สึก ว่า น่าจะเป็นเพลงเก่าที่เอามาทำใหม่ วันแรกๆ คิดไปถึงเพลงปลุกใจ ให้รักชาติ เลยทีเดียว เพราะฟังแล้วขนลุกดี แต่พอพยายามมาหา จาก blackle.com (black google) ก็เจอว่า เป็นเพลงชื่อ แผ่นดิน ของ คาราบาว อยู่ในอัลบั้ม อเมริโกย นี่เอง เนื้อเพลง เต็มๆ ก็ประมาณด้านล่างเลยครับ (  บางท่อนถูกตัดออกไป ผมว่า โดยตั้งใจนะ เพราะมันดูไม่ค่อยเข้ากับโฆษณา แล้วคำมันก็อาจดูแรงๆ ไปหน่อย 555 )

แผ่นดิน : คาราบาว อัลบั้ม อเมริโกย เพลงที่ 10
*ไม่มีดินผืนใด ให้ไออุ่น
เท่ากับดินที่คุณ ถือกำเนิด
ไม่มีดินผืนใด ดูมั่นคง
เท่ากับดินที่ลง สำมะโนครัว
ไม่มีดินผืนใด ให้คุณเดิน
เท่ากับดิน ที่คุณเดิน ตอนตั้งไข่
ไม่มีดินผืนใด มีความหมาย
เท่าแผ่นดินสุดท้าย
ของเผ่า พันธุ์….

ไม่มีชายหญิงใด มีชีวิต
หมกมุ่นครุ่นคิด แค่สืบพันธุ์
ไม่มีชายหญิงใด มัวแต่ฝัน
ถึงแต่ตนทุกวัน ทุกเวลา
ไม่มีชายหญิงใด ไม่เคยคิด
ถึงชีวิตต่อไป ภายภาคหน้า
ไม่มีชายหญิงใด ไม่อ่อนล้า
ร่วงโรย ชรา ไปตาม กรรม

**อย่ามัวแต่ฝัน. อย่ามัวแต่คิด
ฝันถึงคิดถึง
แต่ประโยชน์ส่วนตัว
เห็นแก่ตัว คนเห็นแก่ตัว
แผ่นฟ้า จะมัว
แผ่นดิน จะหมอง นองน้ำตา

ซ้ำ(*)

ไม่มีชัย ชนะ ใดยิ่งใหญ่
เท่ากับชัย ชนะ เหนือใจตน
ไม่มีภัยผองใด เหี้ยมโหดร้าย
เท่ากับภัยผองไทย ทำลายตน
ไม่มีเงิน ไม่มีทอง ยังไม่หมองเศร้า
มีแผ่นดิน ปลูกข้าว เราอยู่ได้
ไม่มีเงินไม่มีทอง ค่อยหาใหม่
บนแผ่นดินสุดท้าย ของไทย ทุกคน

ซ้ำ(**)

แผ่นดินเดือดร้อน
ผู้คนหมองไหม้
ผู้คนใจร้าย
แผ่นดินเดือดร้อน
แผ่นดินเหือดหาย
ผู้คนเหือดสิ้น
หมดสิ้นแผ่นดิน
หมดสิ้นเผ่าพันธุ์….

ซ้ำ(*)

ไม่มีผืนดินใด มีความหมาย
เท่ากับผืนดินไทย ของคน ไทย

ปล. ฟังแล้วต้องมานั่งคิดเหมือนกันนะครับ ว่า ได้ทำอะไรให้แผ่นดินหรือยัง ^__^
หมายเหตุ ขอบคุณ blackle.com และ pantip.com สำหรับการค้นหาข้อมูลครับ

No.7 ฉบับก่อนวันแม่

วันนี้ ตื่น แต่เช้า แต่ยังเพลียๆ เลยนอนต่ออีกสองชั่วโมง ตื่นอีกที 9 โมงเช้า ได้เวลา ซี่รี่ส์เกาหลี เรื่อง prince hours (รักวุ่นวายของเจ้าชายส้มหล่น) ตอนจบ มาพอดี นั่งดูไปสักพัก ก็มีเสียงสวรรค์ เรียกให้ลงจากห้องไป กินข้าวเช้า ^__^
เดินลงจากห้อง ก็เห็นเจ้าของเสียงซึ่งก็คือ หม่าม้า จัดเตรียมอาหารเช้า ไว้เต็มโต๊ะ นั่งกินไป คุยกันไป กินเสร็จ ก็นั่งดู ซี่รี่ส์เกาหลี จนจบ

ช่วงเกือบบ่าย ก็ชักชวนหม่าม้า ออกไปหาอะไร กินกันนอกบ้านสักหน่อย ไหนๆ พรุ่งนี้ก็จะเป็นวันแม่แล้ว ถือโอกาส หาเวลาพาหม่าม้า ไปเดินเล่นห้างด้วย

วันนี้รถไม่ติด จนแปลกใจ เพราะปกติเส้นถนนรัตนาธิเบศ ช่วงวันเสาร์ ค่อนข้างจะรถมาก ใช้เวลาไม่นาน ก็ถึงเซ็นทรัลรัตนาธิเบศ วันนี้คนไม่เยอะ หาที่จอดรถได้สบายๆ จนแปลกใจ สงสัยคนไปต่างจังหวัดกันเยอะ จอดรถเสร็จ ก็พาหม่าม้าเดิน เล่น ดูโน่นดูนี่ ถามว่า ม้าอยากกินอะไร ม้าก็บอกกินอะไรก็ได้  ก็เลยบอกว่า งั้นกินตามนิดละกันเนาะ 555+ ( ใจคิดไว้ว่า จะกินอาหารญี่ปุ่น แต่ม้าชอบบ่นๆ ว่า ไม่ชอบกิน เพราะติดภาพว่า มีแต่ปลาดิบ ) เดินเจอร้าน ZEN ก็เลยพาม้าเข้าไปนั่งแล้วจัดแจงสั่งให้เรียบร้อย เป็น ซาบะย่างซีอิ๊ว เมนูที่คิดว่า ม้าน่าจะชอบ ( ถามตอนกินว่า อร่อยมั้ย ม้าบอกว่า อร่อย ก็ค่อยดีใจหน่อย อิอิ )

กินกันไป เรื่อยๆ ดูม้า มีความสุขเหมือนกัน ( นานๆ อาตี๋ จะพามากินข้าวข้างนอกกันสองต่อสอง 555 )  เดาเอาจากสีหน้า กินกันจนอิ่มแปล้ กันทั้งสองคน  กินเสร็จ ก็พากันเดินจูงมือ ดูโน่นดูนี่ กันไป เป็นการย่อยอาหาร ราวๆ เกือบ บ่าย สาม ก็พากันกลับบ้าน

ถึงบ้าน หม่าม้า แอบงีบ นิดหน่อย จากนั้น ม้าก็ออกไปช้อปปิ้งที่ตลาดนัดวันเสาร์ใกล้บ้านเพื่อหาของสดมาทำอาหารเย็น  ผมได้ยินเสียงเปิดประตูออกไป สักพักใหญ่ๆ  จากนั้นก็ได้ยินเสียงฝนตกหนัก ลงมา จึงอดเป็นห่วงหม่าม้าไม่ได้ กลัวว่า จะไปเจอฝน เข้าให้ ( ก่อนหน้านี้ หม่าม้าเคยเปียกปอนมากมาย จากการออกไปซื้อของที่ตลาดนัด โดยไม่ได้เอาร่ม ไป แล้วดันเจอฝนตกหนัก ขาเดินกลับบ้าน )  คิดได้ดังนั้น ก็เลยหยิบร่มเดิน ออกไปตามทางไปตลาดนัด

เดินไปจนเกือบถึงตลาดนัด ก็เห็น หม่าม้า เดินหน้าแฉล่ม ออกมาพร้อมของเต็มมือ  เดินไปใกล้ๆ เห็นร่ม ในมือ ม้า ก็เลยอุ่นใจ และ โล่งใจ ^__^
บอกม้าไปว่า นึกว่า ไม่ได้เอาร่มออกมา เลยออกมาตามหา แล้วก็ช่วยหยิบของมาถือ เดิน กลับบ้านมาด้วยกัน

…. บรรยากาศ ก่อนวันแม่ วันนี้ ดูเรียบง่าย ธรรมดา แต่รู้สึกดี จังครับ ^__^v