No.3 ฉบับเด็กแนว VI

“คุณมี life style แบบไหน” เจอคำถามนี้ เป็นคุณจะตอบแบบไหนดีครับ คงเป็นการยากน่าดูนะครับ ที่จะอธิบายการใช้ชีวิตประจำวันของเรา ให้ดูออกมาเป็นรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ได้อย่างเป็นเอกลักษณ์ จนสามารถนิยามออกมาเป็นศัพท์เฉพาะทางได้  ซึ่งหากเป็นผมที่ต้องตอบ ผมคงยึดเอารูปแบบของลักษณะการใช้ชีวิตที่มีคนนิยามกันในสมัยนี้ มาเป็นตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ
หากแบ่ง life style ของผมเองออกเป็น 2 แกน หรือ 2 อารมณ์ คือ อารมณ์เด็ก กับ อารมณ์ผู้ใหญ่ ในมุมของอารมณ์เด็ก ผมคงบอกว่า life style ของผมน่าจะออกไปทางเด็กแนว ( 555+ )  ถามว่า นิยามของเด็กแนว หรือ life style ของเด็กแนว หากให้บอกมาสั้นๆ เป็นข้อๆ คงได้ประมาณ

1.เดินถนนข้าวสาร
2.อ่าน a day
3.ฟัง Fat Radio (104.5)
4.ดูหนังเป็นเอก (เป็นเอก รัตนเรือง)

สรุปโดยรวมๆ ก็คือ เป็นเด็ก ( หรือผู้ใหญ่อารมณ์เด็ก ) ที่ใช้ชีวิตแบบค่อนข้างอิสระ ชอบสื่อ สิ่งพิมพ์ หรือ สถานที่ นอกกระแสหลัก ( แต่อยู่ในกระแสอินดี้ )  คิดเยอะ มีเหตุผล มองบวกเป็นหลัก
ส่วนในมุมของผู้ใหญ่ ผมว่า ผมชอบและอยากจะใช้ชีวิตแบบ VI หรือ Value Investor หรือ นักลงทุนแบบเน้นคุณค่า ครับ ซึ่งนิยามของนักลงทุนแบบเน้นคุณค่า นั้น ผม ลองคิดเองเป็นข้อๆ ได้ประมาณ

1.ชอบศึกษาหาความรู้เรื่อง การลงทุนและธุรกิจต่างๆ
2.ใช้จ่ายเงิน (และลงทุน ) อย่างมีเหตุผล ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง
3.ชอบพัฒนาและฝึกฝนการควบคุมจิตใจ โดยอาศัยธรรมะ ( เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกจิตวิทยาการลงทุน )

แต่ผมชอบคำอธิบาย ที่เขียนโดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ไว้ใน คอมลัมน์ “โลกในมุมมองของ Value Investor” ตอนนึงดังนี้ครับ
เรื่องของสไตล์ในการดำรงชีวิตของ Value Investor นักลงทุนแบบเน้นคุณค่าส่วนใหญ่จะใช้ชีวิตแบบ “พอเพียง” คือใช้ชีวิตตามควรแก่อัตภาพ จำนวนมากใช้ชีวิตต่ำกว่ามาตรฐานความร่ำรวยของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นกรณีใด Value Investor มักจะใช้จ่ายเงินอย่างค่อนข้างมีเหตุผลไม่ฟุ่มเฟือย จะจ่ายเงินต่อเมื่อได้คุณค่าที่คุ้มค่า
กล่าวโดยสรุปก็คือคุณสมบัติแบบ Value Investor โดยทั่วไปนั้น เป็นกลุ่มคนที่น่านับถือ เป็นคนที่มีเหตุผลทั้งในด้านของการเงินและการใช้ชีวิต และถ้าคุณเป็นคนที่กำลังมองหาคนที่จะมาเป็นคู่ครอง และบังเอิญคน ๆ นั้นเป็น Value Investor ผมก็คิดว่าคุณน่าจะเป็นคนโชคดีที่จะได้หุ้นส่วนชีวิตที่เป็นที่พึ่งที่ดีได้

ใครที่กำลังมองหาคู่ครองอยู่ ไม่รู้อ่านแล้ว จะอยากหา Value Investor สักคนมาเป็นคู่ครองรึป่าวนะครับ ^__^

No.2 ฉบับก่อนกลับบ้าน

“คุณทำอะไรก่อนกลับบ้าน?” ประโยคนี้ คงไม่ต้องถามสำหรับคนที่เป็นเจ้าของกิจการร้านค้าอยู่ที่บ้าน เพราะไม่ต้องกลับบ้าน แต่สำหรับมนุษย์เงินเดือนลูกจ้างทั้งหลาย เคยสังเกตกันหรือเปล่าครับ ว่า แต่ละวันส่วนใหญ่ ทำอะไรก่อนกลับบ้าน
-อ่านหนังสือพิมพ์ ( หลังจากวันทั้งวัน ไม่ได้อ่านเลยเพราะงานยุ่งมากๆ )
-คุย msn กับเพื่อน ( ทั้งๆที่ทั้งวัน ก็คุยอยู่แล้ว 555+)
-อ่าน email รอบสุดท้าย ( อันนี้ก็รับผิดชอบสุดๆ จะกลับแล้วยัง check mail อีก เจอ email ตามงาน จะอยู่ทำต่อมั้ยนี่ ^_^)
-เล่น Dot A
-ฯลฯ
ไม่ว่าจะทำอะไร ก่อนกลับบ้าน ผมว่า ก็เป็นเรื่องดีทั้งนั้น ยกเว้น ทำงานต่อ แล้วไม่ได้กลับบ้าน 555 ( อาจเป็นกับหลายๆคน ที่ไม่เคยได้คิดเลยว่าจะทำอะไรก่อนกลับบ้าน  แต่ต้องคิดว่า จะได้กลับบ้านหรือเปล่าหว่า? )
วันนี้เป็นอีกหนึ่งวัน ที่ผมได้ถามตัวเองว่า ใกล้เลิกงานแล้ว ทำอะไรระหว่างรอกลับบ้านดี… วันนี้ ผม ฟัง Canon In D ก่อนกลับบ้านครับ ^__^

ปล. ไม่ว่าจะทำอะไรก่อนกลับบ้าน ขากลับ อย่าเผลอแบกโลกทั้งใบ หรือ ภาระการงานที่หนักอึ้งกลับไปด้วยนะครับ เวลาขึ้นรถกลับบ้านไป รถที่เราขึ้นมันจะบรรทุกน้ำหนักเยอะเกินไป มันจะเปลืองน้ำมันคร้าบ ช่วยๆ กันประหยัดน้ำมันเพื่อชาติด้วยครับ อย่าแบกกลับบ้านไปด้วยเลย ^_^

No.1 ฉบับเปิดบ้าน ณ wordpress.com

“ใครๆ ก็เขียน blog” จริงหรือไม่ ไม่มีใครบอกได้ แต่ ก็นับได้ว่า การเขียน blog ได้รับความนิยมตามสมควร ผมเองเป็นคนที่เขียน blog มาประมาณ 2-3 ปี ก่อนหน้านี้ ก็อาศัยพื้นที่ บน msn space เป็นหลัก เขียนไปเขียนมา รู้สึกว่า ใครๆ ก็จำ url ไม่ค่อยได้ 555+ เลยคิดย้ายบ้านให้ blog อยู่พักนึงแล้ว จนเวลาเนิ่นนานผ่านเลยมาถึงวันนี้ ก็ได้ฤกษ์ ปักเสาเข็ม ให้กับ blog แรกที่ wordpress.com แห่งนี้

เหตุที่เลือก wordpress เพราะ ฟังแล้วนึกถึงงานเขียนที่เกี่ยวข้องกับสื่อสิ่งพิมพ์ดีจัง ก็แอบคิดเล่นๆ ว่า อย่างน้อยเราก็ได้ทำตัวเสมือนเป็น columnist ตัวเล็กๆ ที่มีพื้นที่ให้ได้แสดงงานเขียน (ได้ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ฉบับ cyberspace เชียวนะนี่ ) ถึงแม้ว่าจะไม่มีใครหลงเข้ามาอ่านงานเขียนของเราเลยก็ตามที

หากมีใครหลงเข้ามาอ่าน งานเขียนฉบับกันเอ๊งกันเอง นี้เข้าให้แล้ว ก็ขอให้ลองแวะเวียนเข้ามาบ่อยๆ นะครับ สัก เดือนละครั้งก็ยังดี ผมจะพยายามหาเวลาและ หาเรื่องราวมาถ่ายทอด ให้อ่านกันอย่างน้อย ก็เดือนละฉบับ ครับ มีสาระบ้าง ไร้สาระบ้าง แต่อย่างน้อย จะพยายามให้คนที่หลงเข้ามา ได้แอบอมยิ้มสักครั้ง ก่อนปิดหน้าต่าง web นี้ลงไป ครับ ^___^

ปล. ก่อนจบงานเขียนฉบับแรกนี้ ขอแนะนำ web คู่ขวัญ(เรียกให้ดู inter ก็น่าจะเป็น companion web) ของ surustx.wordpress.com นั่นก็คือ http://surustx.multiply.com ครับ โดยผมตั้งใจไว้ว่าที่wordpress.com นี้จะเป็นที่ถ่ายทอดเรื่องราว ความคิดประสบการณ์ ของผมผ่านตัวหนังสือ ส่วนที่ multiply.com ก็จะเป็นสถานที่ถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆที่ผ่านมาของผม ด้วยภาพถ่ายเป็นหลัก หากใครชอบอ่านก็มาที่นี่ ชอบดูรูปขี้เกียจอ่านตัวหนังสือมากๆ ก็แวะไปที่โน่นนะครับ อิอิอิ